Home » กีต้าร์ » รีวิวกีต้าร์โปร่ง Kazuki Lite รุ่น Top Solid ปี 2020 ไม้หน้าแท้ ในราคาเริ่มต้นหลักพัน

รีวิวกีต้าร์โปร่ง Kazuki Lite รุ่น Top Solid ปี 2020 ไม้หน้าแท้ ในราคาเริ่มต้นหลักพัน

by Bro Chay
Published: Last Updated on: 1011 views

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว Big Bro Music วันนี้เรามีรีวิวกีต้าร์โปร่งดีๆ รุ่นเริ่มต้น แบรนด์ Kazuki Lite รุ่น Top Solid ที่ราคาเป็นมิตรสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่อยากได้กีต้าร์โปร่งเรทราคาเริ่มต้นที่ได้ไม้หน้าแท้ๆ สักตัว ” เราจะมาเจาะลึก Detail รายละเอียด กันให้ดูเป็นจุดๆ เลยว่ากีต้าร์โปร่งรุ่นนี้มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร เพราะเราได้ไปสัมผัสมากับมือแล้วนั่นเอง “

 

 

ทำความรู้จักกับแบรนด์ Kazuki กันสักหน่อย

การที่เราจะซื้อกีต้าร์โปร่งสักตัว เราควรจะทราบที่ไปที่มาของกีต้าร์โปร่งกันไว้บ้างก็จะดีไม่ใช่น้อย

ประวัติความเป็นมาของ KazukiKazuki เป็นแบรด์กีต้าร์โปร่งฝีมือคนไทย ที่ใส่ใจและเข้าใจปัญหาของการเล่นกีต้าร์ ทั้งในเรื่อง คุณภาพ และราคา โดยมีคอนเซปต์เป็นมาตรฐานว่า ” Your Best First Guitars “ คือผู้ที่เข้าใจว่ากีต้าร์โปร่งตัวแรกควรจะมีลักษณะเป็นเช่นไร นอกจากนี้ยังเป็นกีต้าร์โปร่งแบบ Full Option ที่เอื้ออำนวยให้การเล่นกีต้าร์ของเราสบายขึ้นอีกด้วย

2 จุดเด่นของกีต้าร์โปร่ง Kazuki Lite

Kazuki Lite เป็นกีต้าร์โปร่งทรง D (Dreadnought) ไซส์ 41 หรือก็คือกีต้าร์โปร่งทรงมาตรฐานตามแบบทั่วๆไป ซึ่งเป็นที่นิยมมากในการใช้สำหรับการ Strumming Chord หรือการการตีอคอร์ด นั่นเอง

1. Top Solid (ไม้แท้)

มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Top Solid ว่าคือออะไร Solid = แท้, Top =ไม้ด้านหน้า หรือง่ายๆ ก็คือการที่เราจะได้กีต้าร์โปร่งไม้แท้ๆ นั่นเอง  ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีอยู่ไม่มีกี่แบรนด์ที่จะหยิบยื่นความเป็น Top Solid มาให้เราในเรทราคาเริ่มต้นแบบนี้ ( ข้อดีของความเป็น Solid คือ เราจะได้เห็นพัฒนาการของเสียงที่ดีขึ้นเเรื่อยๆ )

2. ขุมพลังภาคไฟฟ้า ของ Kazuki Lite ( Preamp SHP Series )

ในรุ่น Lite นั้นจะมีทั้งแบบติดภาคไฟฟ้ามาให้พร้อมใช้งานได้เลย ซึ่งเป็นภาคไฟฟ้าของ Artec Series (เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงรายละเอียดกัน) ซึ่งเป็นระบบภาคไฟฟ้าที่มี Option น่าสนใจอีกตัวหนึ่งเลย อีกทั้งยังสามารถ Boost Bass ให้ตัวกีต้าร์ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นภาคไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานหลักๆ ได้ครบเลยทีเดียว

นี่เป็น 2 จุดเด่นหลักๆ ที่ Kazuki Lite มองเห็นปัญหาของมือใหม่และนำมาปรับใช้ในรุ่น Lite ส่วนเรื่องทัชชิ่งจากที่ทางเราได้สัมผัสมานั้น ทัชชิ่งปานกลาง สามารถเพิ่มลดได้ตามความชอบ ” ประเด็นหลักคือ เป็นหนึ่งในกีต้าร์โปร่งเรทราคาเริ่มต้นหลายๆ ตัวที่ผมเล่นแล้วรู้สึกสนุก ติดมือ และอยากหยิบขึ้นมาเล่นต่อ “

 

รีวิวกีต้าร์โปร่ง Kazuki Lite รุ่น Top Solid หลังใช้งานจริง

เอาล่ะครับ จากที่ได้เกริ่น รายละเอียดเบื้องต้นที่จำเป็นต้องรู้ และความรู้สึกคร่าวๆ เกี่ยวกับเจ้า Kazuki Lite กันไปพอประมาณ เราจะมาเข้าเนื้อหาหลักรีวิวกันแบบเต็มๆ ซึ่งเป็นความรู้สึกจริง หลังจากที่ได้ไปทดลองเล่น โดย Series นี้ยังมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยอีกด้วย ซึ่งแต่ละรุ่นมีออปชั่นและรายละเอียดแตกต่างกัน

 

เจาะลึก Detail และ รายละเอียด Kazuki Lite
1. Kazuki LITE D412. Kazuki LITE D41C3. Kazuki LITE D41CE
Body ShapeDreadnoughtDreadnought CutawayDreadnought Cutaway
TopSolid Engelman SpruceSolid Engelman SpruceSolid Engelman Spruce
Back&SideAfrican SapeleAfrican SapeleAfrican Sapele
FingerboardRosewoodRosewoodRosewood
Nut&SaddleBonesBonesBones
Color –สี: ซันเบิร์ส, ไม้อ่อน, ไม้เข้มสี: ซันเบิร์ส, ไม้อ่อน, ไม้เข้ม
Preampภาคไฟฟ้า Artec SHP5
 3,200 2,880 บาท3,200 2,880 บาท4,700 4,230 บาท
 ช่องทางการสั่งซื้อ

 

จากนี้ไปผมจะพูดถึงรายละเอียดและข้อแตกต่างของ Kazuki Lite ในแต่ละรุ่นย่อยว่ามีความแตกต่างกันในจุดใดบ้าง แต่ก่อนอื่นเรามาอ่านรหัสของรุ่นกันก่อนเพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพกันมากยิ่งขึ้น

  • D = Dreadnought เป็น Shape หรือรูปทรงของกีต้าร์โปร่ง ซึ่งทรง D นั้นเป็นกีต้าร์โปร่งทรงมาตรฐาน
  • 41 = ขนาดไซส์ของกีต้าร์โปร่ง
  • C = Cutaway หรือก็คือคอเว้านั่นเอง
  • E = Electric หรือกีต้าร์โปร่งที่ติดภาคไฟฟ้ามาในตัว

และนี่ก็คือข้อแตกต่างของทั้ง 3 รุ่นย่อยของ Kazuki Lite ที่ต่างกันในเรื่องของรายละเอียด 3 จุดหลักๆ คือ คอเว้า, สีไม้, และภาคไฟฟ้า ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เช่น สเปคไม้ นั้นจะเหมือนกันทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้ใช้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ว่าเราต้องการกีต้าร์โปร่งไปใช้งานในลักษณะใดนั่นเองครับ

 

รีวิวภาคไฟฟ้า Kazuki Lite ( Artec SHP5 )

จากที่เมื่อตอนต้นๆ ของบทความเราได้พูดถึงภาคไฟฟ้าของ Kazuki Lite ที่เลือกใช้ Preamp ของ Artec รุ่น SHP5 ซึ่ง Artec นั้นถือว่าเป็นภาคไฟฟ้าที่นิยมถูกนำมาติดตั้งในกีต้าร์โปร่งคุณภาพๆ เลย และจากที่ทีมงานกีต้าร์โปร่งของทาง Big Bro Music ได้ลองสัมผัสและทดลองเล่นภาคไฟฟ้า จะมีจุดเด่นและมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกัน

artec SHP5 preamp

Artec รุ่น SHP5 นั้นตัวควบคุมภาคไฟฟ้าจะอยู่ด้านใน Sound Hole ใช้งานง่ายมีหลักการทำงานที่ไม่ซับซ้อน โดยเราจะมาไล่ฟังก์ชั่นการใช้งานของปุ่มต่างๆ กันก่อน ถ้าเราสังเกตจากภาพจะมี 5 ปุ่มหลักๆ คือ

5 ปุ่มหลักๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับภาคไฟฟ้า Artec SHP5 มีจุดเด่นและความน่าสนใจอย่างไร

1. Batt. :เป็นภาคไฟฟ้าแบบ Active ใช้ถ่าน (สามารถกดสวิตช์ Batt. เพื่อเช็คไฟของแบตเตอรี่ได้ ไฟสว่างคือแบตดี ไฟอ่อนคือใกล้หมด)
2. Phase :กดเปิด-ปิดสวิตช์ที่ปุ่ม ช่วยในเรื่องการลด Feed Back ต่างๆ เช่น ลดเสียงหอน เสียงหึ่ง
3.  Bass Boost :สำหรับคนที่ต้องการบูสย่านเสียงเบสขึ้นก็สามารถกดที่ปุ่มนี้ได้เลย
4. Acou. Amp :เป็นปุ่มฟังก์ชั่นการจำลองเสียงแอมป์อะคูสติก
5. Mic gain :ใช้ในการควบคุม Feed Back ต่างๆ เมื่อเราอยู่ในโหมดการรับเสียงแบบไมค์นั่นเอง

ในส่วนของสวิตช์ที่ใช้เลื่อนซ้าย-ขวาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

1. ปรับ Volumn หรือความดัง-เบา ของกีต้าร์

2. เลือกปรับโหมดการรับเสียงของภาคไฟฟ้าได้ 3 ส่วนหลักๆ คือ แบบ Piezo, Blend และ Mic

สำหรับใครที่เล่นสาย Fingerstyle หรือ Percussion ที่ต้องใช้เทคนิคการเคาะ ก็สามารถใช้เป็นการรับเสียงแบบไมค์ เพื่อรับเสียงเคาะแบบชัดๆ กันเลยทีเดียว สนุกแน่งานนี้บอกเลย (ในตัวกีต้าร์จะมีไมค์อยู่ ทำให้รับเสียงจากการเคาะต่างๆ ได้ชัดขึ้น)

สายตีคอร์ดก็สามารถเลือกใช้เป็นแบบ Piezo ก็ได้ ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนว่าต้องการแบบไหน ซึ่ง Artec SHP5 ก็มีฟังก์ชั่นที่รองรับการใช้งานเหล่านี้ให้เราแล้ว ขึ้นอยู่กับเราว่าจะนำไปใช้งานในลักษณะใด

 

สรุปความรู้สึกหลังจากที่ได้เล่น Kazuki Lite

หลังจากที่ได้สรุปรายละเอียดต่างๆ ของ Kuzuki Lite ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ สเปค ราคา จุดเด่น และรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ รวมถึงภาคไฟฟ้าของ Artec SHP5 ว่าตอบโจทย์ในเรื่องใดบ้าง ต่อจากนี้ไปจะเป็นการพูดถึงความรู้สึกของทีมงานที่ได้ไปทดลองเล่นว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง

1. ในเรื่องของสเปคและรายละเอียดต่างๆ

ในส่วนนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องของกีต้าร์ราคาเริ่มต้นในเรทเดียวกันหลายๆ แบรนด์ยังเลือกใช้ไม้ที่เป็น All laminate ในขณะที่ Kazuki Lite เลือกที่จะใช้ไม้ด้านหน้าเป็น ” Top Solid Engelman Spruce เพื่อให้ผู้ซื้อได้เข้าถึงกีต้าร์โปร่งที่ได้เสียงจากเนื้อไม้จริง “

และไม้ด้านข้าง-หลังที่เลือกใช้เป็นไม้ Sapele หรือก็คือตระกูลไม้ Mahogany นั่นเอง มือใหม่อาจจะไม่รู้กันว่า ” Sapele นั้นก็ได้ถูกนำไปใช้ในกีต้าร์โปร่งราคาแพงๆ เช่นกัน เพียงแต่เป็นเกรดไม้ที่ต่างกัน “

พูดถึงรายละเอียดอื่นๆ อย่างเช่น ” Nut และ Saddle ที่ทาง Kazuki เลือกใช้เป็น Bone ในขณะที่หลายๆ แบรนด์ยังใช้เป็นพลาสติกอยู่ “ หรือต้องเป็นกีต้าร์ที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อยถึงจะใส่ Bone มาให้เรา

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้เราอีกว่าต้องการแบบคอเว้า หรือมีภาคไฟฟ้า ซึ่งถ้าให้แนะนำไหนๆ เราก็จะซื้อแล้วราคาก็ห่างกันไม่มาก ก็ซื้อแล้วเล่นเป็นแบบ Cutaway และติดภาคไฟฟ้าไปเลยให้จบที่เดียวในตัวแรกและใช้งานกันยาวๆ ครับ ” หมดปัญหาเล่นไปสักพักเดี๋ยวก็อยากได้ Cutaway เพิ่มบ้าง อยากไปเพิ่มภาคไฟฟ้าบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องจริงและปกติของคนเล่นกีต้าร์มาแล้วหลายๆ คน “

ในส่วนของภาคไฟฟ้า Artec SHP5 คิดว่าตอบโจทย์ได้ดีเลย สำหรับการนำไปใช้งานได้หลากหลายแบบ ซึ่งอยู่ที่เราปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นๆ ” นำไปใช้เล่น Fingerstyle หรือ Percussion สไตล์เคาะๆ ก็เอาอยู่ ได้ยินเสียงและรายละเอียดชัดดี สนุกไปกับการเล่นเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ในภาคไฟฟ้าแบบไมค์ ” สายตีคอร์ดร้องเพลงขึ้นเวทีก็เอาอยู่ โดยสามารถเลือกใช้เป็นโหมด Piezo ได้เช่นกัน

2. สัมผัสแรกของเสียงและทัชชิ่ง

ต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่า ” สัมผัสแรกเมื่อเล่นนั้นเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมากไม่แพ้รายละเอียดอื่นๆ “ ไม่ว่าจะเป็นกีต้าร์แพงหรือถูก เนื่องจากกีต้าร์หลายๆ ตัว จุดนี้แหละที่เป็นจุดเปลี่ยนและแตกต่างกันนอกจากสเปค ราคาและ รายละเอียดอื่นๆ ที่มีความใกล้เคียงกัน ก็ต้องแข่งกันในเรื่องสัมผัสการเล่นกันอีกหมัด แต่ใครจะไปรู้ใช่ไหมครับเพราะเราเป็นมือใหม่และยังไม่มีความรู้ที่มากพอ ยังไม่ต้องเชื่อผมก็ได้แค่คุณลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

ซึ่งมือใหม่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้สึกกับสัมผัสแรกที่จับเพราะเรายังไม่ได้ลองเล่นกีต้าร์หลายๆ ตัว ก็เลยยังไม่มีความรู้สึกว่ากีต้าร์โปร่งที่เล่นแล้วติดมือและสนุกนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ องค์ประกอบด้วยกันทั้งในเรื่องทัชชิ่ง ความสูงระหว่างสายกับเฟรต หรือแม้แต่ความอ้วนของคอกีต้าร์และ Scale ของคอแต่ละแบรนด์ก็แตกต่างกัน

แต่ในส่วนของทัชชิ่ง ” Kazuki Lite ถือว่าอยู่ในระดับที่ปานกลาง สามารถให้ทางร้านปรับแต่งเพิ่มลดให้เข้ากับเราได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน “ สำหรับผมไม่ต้องปรับเพิ่มก็ถือว่าค่อนข้างสบายแล้ว

” เสียงมีความใส แหลมกลางๆ เบสอิ่มพอตัวแต่ไม่ลึกมาก สไตล์ทรง D ตีคอร์ดใสๆ “ และจุดเด่นของการเคลือบบอดี้แบบ Satin (เคลือบแบบด้าน/บาง) ทำให้เสียงมีความเปิดและดังกังวาลกว่ากีต้าร์ที่เคลือบแบบ Gloss (เคลือบหนา) ที่ต้องใช้ระยะเวลาเซ็ทตัวของเนื้อไม้จากการเล่นระยะหนึ่งเพื่อให้เสียงเปิดกังวาลเต็มที่

สุดท้ายผมกล้าพูดเลยว่า Kazuki Lite Top Solid นั้นจะเป็นกีต้าร์โปร่งตัวแรกที่ทำให้คุณเล่นกีต้าร์ได้สนุกและตอบโจทย์การใช้งานสำหรับมือใหม่อย่างแน่นอน

บทความที่คุณน่าจะชอบ