Home » กีต้าร์ » รีวิวกีต้าร์โปร่ง Gopherwood G100/G110 กับ SoundPillar นวัตกรรมใหม่เปลี่ยนโทนเสียงกีต้าร์

รีวิวกีต้าร์โปร่ง Gopherwood G100/G110 กับ SoundPillar นวัตกรรมใหม่เปลี่ยนโทนเสียงกีต้าร์

by Bro Chay
Published: Last Updated on: 202 views

หลังจากที่เราเคยได้รีวิวและแนะนำกีต้าร์โปร่ง ไปมากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อแล้ว วันนี่ถือโอกาสนำกีต้าร์โปร่ง แบรนด์ Gopherwood ที่เราเพิ่งได้ไปลองเล่นและทดสอบมาว่าดีจริงไหม? มีจุดเด่นและข้อแตกต่างอย่างไร? ซึ่งเป็นกีต้าร์โปร่งสัญชาติเกาหลีที่กำลังเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก ณ เวลานี้อีกแบรนด์หนึ่งเลยทีเดียว

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา วันนี้เราจะมาพูดถึงเจ้ากีต้าร์โปร่ง Gopherwood G100 และ G110 ซึ่งถือเป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับแบรนด์นี้ และเหมาะสำหรับมือใหม่ แต่จะมีจุดเด่นและข้อแตกต่าง กับแบรนด์อื่นๆ อย่างไรเดี๋ยวเรามาดูกัน

 

Gopher Wood คือใคร

Gopherwood เป็นแบรนด์กีต้าร์โปร่งจากประเทศเกาหลี ซึ่งถือเป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศเกาหลีอีกแบรนด์ ที่กำลังได้รับความสนใจสำหรับผู้เริ่มเล่นกีต้าร์ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับสูง

จากในคลิปวิดีโอของทางช่อง Gopherwood เราจะสังเกตเห็นว่า การนำเสนอของเค้า จะเน้นไปทางสายบรรเลงอย่าง Fingerstyle ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นกีต้าร์ที่สามารถตอบโจทย์การเล่นแนว Fingerstyle หรือการบรรเลงได้ดี การเล่นสไตล์อื่นๆ อย่างเช่น การตีคอร์ด การเกาสาย ก็สามารถเล่นได้สบายๆ เลยเช่นกัน

พูดถึงเรื่องสไตล์ของเสียง Gopherwood

สไตล์ของเสียงจะออกไปทางกีต้าร์โปร่งเพียวอคูสติกที่มีโทนเสียงโมเดิร์นๆ รับกับยุคสมัยเอามากๆ ทำให้เวลาที่เราหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นหรือบรรเลงเพลงในยุคปัจจุบันแล้วเข้าถึงอารมณ์ได้ดีเลยทีเดียว และนวัตกรรมที่ Gopherwood ภูมิใจนำเสนออย่างเช่น Sound Pillar ที่สามารถทำให้กีต้าร์มีเสียงหลากหลายสไตล์อีกด้วย

แนวคิดการออกแบบของ Gopherwood

ในเรื่องของแนวคิดการออกแบบรูปลักษณ์ของกีต้าร์แบรนด์ Gopherwood นั้น ถือว่ามีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ในส่วนของหัวกีต้าร์ ที่ถูกออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์รูปไม้กางเขน ให้ความแปลกใหม่ ที่ดูเหมือนจะเป็นกีต้าร์โปร่งเรียบๆ แต่มีความโฉบเฉี่ยวไม่ให้น่าเบื่อเวลามอง

 

Sound Pillar คืออะไร

Sound Pillar คืออะไร ?

นวัตกรรมการสร้างเสียงให้มีความหลากหลายของโทนจาก Gopherwood โดยใช้เสาเสียงที่เป็นตัวเชื่อมต่อเสียงของแผ่นไม้ในกีต้าร์โปร่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรโดย Gopgerwood ซึ่งในจุดนี้เองจะทำให้กีต้าร์แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ของเสียงเฉพาะตัว โดยการสลับเปลี่ยนหัว Tips กับไม้ 5 ชนิดด้วยกันคือ 1.Maple 2.Compress 3.Ebony 4.Walnut 5.Brass กีต้าร์โปร่งของคุณก็จะมีคาแรกเตอร์ของเสียงที่แตกต่างโดยขึ้นอยู่กับชนิดของ Tips ที่ใช้

Sound Pillar เสาเสียงทำให้โทนเสียง 6 แบบ

SoundPillar Sound Tones

Tips : โดยเจ้าตัว Sound Pillar (เสาเสียง) จะแถมมาให้กับกีต้าร์ 1 ชิ้น หากเพื่อนๆ ต้องการเสียงที่หลากหลาย สามารถซื้อชุด Kit เพิ่มในราคา 1,900 บาท จะมีไม้ 5 ชุด (1.Maple 2.Compress 3.Ebony 4.Walnut 5.Brass)  ให้เราเปลี่ยนในเสาเสียงได้ ทำให้ได้โทนเสียงที่แตกต่างกันในแต่ละไม้ ถือเป็นจุดเด่นและจุดขายที่ทำให้ Gopherwood นั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ชุด Sound Pillar kit

about gopherwood G100 G110

จุดเด่นและข้อแตกต่างของ Gopherwood G100 และ G110

1. รูปทรง

ใน G Series 100/110 นั้น ตัวเลขจะเป็นตัวบอกรูปทรงของกีต้าร์โปร่งนั่นเอง เช่น

  • G100 = ทรง D ( Dreadnought )
  • G110 = ทรง OM ( Orchestra Model )

ซึ่ง 2 รูปทรงนี้ก็จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของขนาดของบอดี้กีต้าร์ และลักษณะการใช้งาน โดย กีต้าร์โปร่งทรง D นั้นจะมีบอดี้ที่ค่อนข้างกว้างและใหญ่กว่า ทรง OM ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ของทรง และการโอบจับกีต้าร์ที่ในแต่คนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน

2. ลักษณะการเคลือบบอดี้

ในทั้ง 2 รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น G100 หรือ G110 จะมีตัวเลือกให้เราเลือกอีกข้อคือ ลักษณะของการเคลือบบอดี้นั่นเอง โดยจะมีความเหมือนกันในทั้ง 2 รุ่นนี้ คือ

1. เคลือบด้าน (satin finish) : การเคลือบบอดี้ในลักษณะนี้จะมีจุดเด่นคือ เสียงกีต้าร์มีความเปิดกังวาลมากกว่าการเคลือบแบบเงา แต่ในเรื่องการดูแลรักษาและทำความสะอาดจะสู้แบบเคลือบเงาไม่ได้

2. เคลือบเงา (Gloss finish) : การเคลือบบอดี้แบบเงานั้น มีจุดเด่นคือ กีต้าร์จะมีความสวยงาม กว่าการเคลือบแบบด้าน และยังทำความสะอาดและดูแลรักษาได้ง่าย แต่การเคลือบในลักษณะนี้ ในช่วงแรกๆ นั้นเสียงจะไม่เปิดกังวาลเท่าที่ควรต้องใช้เวลาสักระยะเสียงถึงจะเปิดได้ดี

คำแนะนำ : มือใหม่แนะนำให้เลือกเป็นแบบเคลือบเงาเพราะดูแลรักษาได้ง่าย

 

เจาะลึก Detail และ รายละเอียด Gopherwood G100/ G110
กีต้าร์โปร่ง Gopherwood g100กีต้าร์โปร่ง Gopherwood g110
1. Gopherwood G100 (D)2. Gopherwood G110 (OM)
ทรงกีต้าร์ :DreadnoughtOrchestra Model (OM)
ไม้หน้า :Layered Sitka SpruceLayered Sitka Spruce
ไม้ข้าง-หลังLayered SapeleLayered Sapele
FingerboardRosewoodRosewood
บายดิ้ง :Curly BlackCurly Black
สี :สีไม้ (natural color)สีไม้ (natural color)
การเคลือบSatin / GlossSatin / Gloss
Sound Pillar :Urethane Body / Urethane Tips
 11,000 4,700 บาท11,000 4,700 บาท
 ช่องทางการสั่งซื้อ

 

กีต้าร์โปร่ง Gopherwood G100

 

กีต้าร์โปร่ง Gopherwood G110

 

สรุปความรู้สึกหลังจากที่ได้เล่น Gopherwood G100/G110

ความรู้สึกหลังเล่น Gopher G100หลังจากเพื่อนๆ ได้อ่านข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นและความแตกต่างของ G100/G110 ซึ่งมีความแตกต่างกันจุดหลักๆ 1 จุด คือ เรื่องของรูปทรง ส่วนสเปคต่างๆ นั้นคือ สเปคเดียวกัน อีกตัวเลือกที่เราต้องตัดสินใจเลือกหลังจากเลือกทรงของกีต้าร์ได้แล้วนั้นคือ ลักษณะการเคลือบบอดี้กีต้าร์ที่มีให้เลือก 2 แบบเช่นกันคือ Satin ( เคลือบด้าน) Gloss (เคลือบเงา)

ความรู้สึกหลังเล่น Gopher G110ต่อจากนี้จะเป็นการพูดถึงความรู้สึกหลังจากการทดลองใช้งานจริง ที่ทีมงานกีต้าร์โปร่งของ Bigbromusic ได้ไปทดลองเล่นจริงกันมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทัชชิ่งและแอคชั่นต่างๆ? ราคาเหมาะสมไหม? เสียงเป็นอย่างไร? สามารถสรุปได้ดังนี้

1. เรื่องสเปคและรายละเอียดต่างๆ

ในเรื่องของสเปคและรายละเอียดต่างๆ ถือว่าไม่ค่อยหนีห่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในเรทราคาใกล้เคียงกัน แต่ Gopherwood นั้นสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้เหมือนกับกีต้าร์ราคาหลักหมื่นเลยทีเดียว รูปลักษณ์ต่างๆ มีความแปลกใหม่กว่ากีต้าร์โปร่งทั่วๆ ไป ใครชอบลักษณะการดีไซน์ที่ดูมีความโมเดิร์น เป็นกีต้าร์ที่รับกับยุคสมัย ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์เลยทีเดียว

2. สัมผัสการจับและแอ็คชั่นของกีต้าร์

เป็นกีต้าร์โปร่งที่มีคอค่อนข้างเล็ก ซึ่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์สำหรับมือใหม่ได้กดจับได้ง่าย แอคชั่นที่ตั้งมาจากโรงงานสามารถเล่นและกดจับได้ถนัดมือ และองค์ประกอบต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เล่นในสไตล์การเล่นที่หลากหลายและครอบคลุม ดูจากการรีวิวที่ใช้ลักษณะการเล่นแบบ Fingerstyle ทั้งหมดและทำได้ดีด้วย

ในส่วนของเรื่องเสียงให้ความโมเดิร์นรับกับยุคสมัยดี โทนเสียงมีความสว่างใสและดังกังวาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการเคลือบบอดี้ที่แตกต่างกันของทั้งสองแบบด้วย อีกทั้งจุดเด่นข้อสำคัญอย่าง Sound Pillar ที่เป็นนวัตกรรมและเคล็ดลับการสร้างเสียงให้มีความหลากหลายและเหมาะกับการนำไปใช้ในสไตล์เพลงต่างๆ ได้อย่างลงตัว

รวมรูปรีวิวแต่ละมุมของ

Gopherwood G100 ทรง D

 

Gopherwood G110 ทรง OM

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
gopherwoodguitar.com

บทความที่คุณน่าจะชอบ