4 เทคนิคการเลือกไม้กลอง ที่ต้องรู้ก่อนซื้อ!

สำหรับมือกลองแล้วนอกจากกลองและฉาบที่ดีแล้ว ไม้กลองก็เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างนึง สำหรับมือใหม่แล้วอาจจะยังไม่รู้ว่า ไม้กลอง นั้นมีหลากหลายยี่ห้อ และหลากหลายแบบ หลายราคา ทั้งขนาดของไม้ น้ำหนักของไม้ ความยาว รวมไปถึงชนิดของไม้ ที่เอามาทำ ไม้กลอง อีกด้วย ในบทความนี้จะมาอธิบายกันอย่างละเอียดว่า ไม้กลอง นั้นมีแบบไหนบ้าง ดูชนิด ดูขนาด อย่างไร และ ควรจะเลือกแบบไหนให้เหมาะสมกับตัวเรา เพราะถ้าได้ใช้ไม้กลองที่เหมาะสมแล้วนอกจากทำให้เล่นได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยในเรื่องของเสียงที่ดีขึ้นอีกด้วย

Topic สำคัญของการเลือกซื้อไม้กลอง อยากรู้เรื่องไหนก่อน เลือกอ่านได้เลย

 

บทความเกี่ยวข้อง : แนะนำ 6 แบรนด์ไม้กลอง ระดับโลก! ที่มืออาชีพและศิลปินเลือกใช้ 2019

 

1. ขนาดของไม้กลอง


เป็นสิ่งแรกที่ควรจะต้องรู้จักและทำความเข้าใจ บนไม้กลองนั้น จะมีตัวเลขและตัวอักษรพิมพ์ติดไว้บนไม้เพื่อบ่งบอก ขนาดของไม้ คล้ายๆกับเสื้อผ้าที่มีไซส์ต่างๆ นั้นเอง โดยจะเริ่มด้วยตัวเลขและตามด้วยตัวอักษร ยกตัวอย่างเช่น 5A,7A,2B,3S เป็นต้น

“ ตัวเลขยิ่งน้อยน้ำหนักของไม้กลองยิ่งมากและ ไม้กลองจะเบาขึ้นเรื่อยๆ ตามตัวเลขที่เพิ่มขึ้น โดยจะมีตัวเลขตั้งแต่ 1-9 ”

ส่วนตัวอักษรที่อยู่ด้านหลังตัวเลขนั้นจะมีเพียง 3 ตัว อักษรเท่านั้น นั้นก็คือ S,B,A ซึ่งตัวอักษรจะหมายถึง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของไม้กลองนั้นเอง

  • S จะเป็นไม้กลองขนาดใหญ่ที่สุด ย่อมาจาก Street เหมาะสำหรับการใช้ในวงโยธวาทิต หรือ กลองสำหรับหน่วยทหาร เพราะยิ่งไม้มีขนาดใหญ่ก็จะให้เสียงที่ดังขึ้นตามไปด้วย และในวงเหล่านี้ไม่มีเครื่องขยายเสียงที่จะมาเป็นตัวช่วยและส่วนมากจะเป็นการเล่นในที่กลางแจ้งทำให้ต้องใช้ ไม้กลอง ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปด้วยนั้นเอง
  • B ถือเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับมือกลอง โดยย่อมาจาก Band โดยปกติจะนำมาใช้ในวงออเครสต้าและวงเครื่องเป่าต่างๆ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่าในแบบ S
  • A เป็นไม้กลองที่มีขนาดเล็กมากที่สุดจากทั้งหมดจากทั้งหมด โดยตัว A ย่อมาจากคำว่า Orchestra หลายคนอาจจะงงว่าแล้วทำไมตัวย่อของตัว A ถึงไม่ตรงกับคำที่ย่อมา เป็นเพราะว่าในสมัยก่อนนั้นการพิมพ์ตัวอักษร A ลงไม้กลองนั้นถูกเลือกมาจากผู้ผลิตกลองและไม้กลองเจ้านึง ชื่อว่า Ludwig และถูกพิมพ์เป็นตัว A ต่อๆกันมา

“ ไม้ขนาด Bนั้นได้รับความนิยมสำหรับมือใหม่มากที่สุด โดยครูผู้สอนมักจะให้นักเรียนเริ่มต้นกับขนาดไม้ 2B ”

 

2. ชนิดของไม้กลอง


เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งนึงที่ต้องรู้จักเพราะ วัสดุที่นำมาทำไม้กลองนั้นมีหลากหลายและให้เสียงที่ต่างกันรวมไปถึง การตอบสนองต่อผู้เล่น รวมไปถึงความทนทานและอายุการใช้งานอีกด้วย

  1. ไม้เมเปิ้ล เป็นไม้ที่นิยมในทั้งมืออาชืพและมือใหม่ เพราะมีน้ำหนักเบามีความคล่องตัวสูง ถึงไม่ว่าจะเลือกไซส์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ แต่ก็ยังให้น้ำหนักที่เบาอยู่ สำหรับมือใหม่ที่ต้องใช้ไม้ขนาด B ก็ยังสามารถใช้ ไม้กลอง ที่ทำจากไม้เมเปิ้ลได้
  2. ไม้ฮิคกอรี่ เป็นไม้ที่มีเนื้อแน่นขึ้นมาจากไม้เมเปิ้ล ให้น้ำหนักที่มากขึ้นเวลาตี ทำให้มีความคล่องตัวน้อยกว่า แต่ก็มีความทนทานมากขึ้น โดยปกติแล้วไม้ฮิคกอรี่จะถูกนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงพื้นอีกด้วย
  3. ไม้โอ้ค เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีเนื้อแน่นขึ้นมาอีกจากไม้สองชนิดแรก โดยจะให้เสียงที่ชัดและมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกเวลาตีลงบนกลองและฉาบ แต่ก็มีข้อเสียเพราะเวลาตีจะทำให้มีแรงสะท้อนกลับออกมาเยอะเช่นกัน อาจจะทำให้ปวดข้อมือหรือปวดแขนได้ โดยไม้โอ้คที่นิยมนำมาทำเป็นไม้กลองจะเป็นไม้โอ้คจากทวีปเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เป็นต้น
  4. คาร์บอนไฟเบอร์ เป็นไม้กลองที่ทำให้มาจากสารสังเคราะห์ เป็นไม้ที่มีความคงทนมากที่สุดและรวมไปถึงน้ำหนักที่เบาที่สุดด้วย เป็นไม้ที่มีความคล่องตัวสูงแต่อาจจะให้เนื้อเสียงได้ไม่เท่ากับการใช้ไม้จริง แต่ก็มีข้อดีที่มีอายุการใช้งานที่นานและคงทน แต่ก็มีราคาสูงและมีรุ่นให้เลือกไม่มากเท่ากับ ไม้กลอง ที่ทำจากไม้จริง

 

3. ส่วนหัวของไม้กลอง


เป็นอีกส่วนนึงที่ต้องคำนึงถึงเพราะมีผลต่อเสียงและน้ำหนักอีกเช่นกัน โดยส่วนหัวของไม้กลองนั้นทั้งรูปทรงและวัสดุก็มีหลากหลายทำให้เวลาตีได้ความรู้สึกและเสียงที่ออกมาแตกต่างกัน

หัวแบบไม้และพลาสติก
หัวแบบไม้ และ พลาสติก

หัวของไม้กลอง นั้นมีวัสดุที่นำมาทำหลักๆ คือ หัวไม้และหัวไนล่อน ซึ่งหัวทั้ง 2 ชนิดนี้มีความแตกต่างกันคือ โทนเสียง ซึ่งหัวไนล่อนนั้นจะให้เสียงที่ใสและสว่างกว่าหัวไม้ และหัวไม้ยังขึ้นอยู่กับชนิดของไม้อีกด้วยโดยยิ่งไม้เนื้ออ่อนลงเท่าไหร่ ก็จะให้เสียงที่มืดและทึบขึ้นเรื่อยๆ

ลักษณะของหัวไม้กลอง
ทรงของหัวไม้กลองแต่ละแบบ

ทรงของหัวไม้กลอง นั้นมีหลากหลายรูปทรงซึ่งก็จะให้เสียงและสัมผัสในการตีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงซึ่งสัมผัสกับกลองและฉาบ โดยยิ่งถ้าหัวไม้กลองใหญ่ขึ้นหน้าสัมผัสมากขึ้นก็จะให้เสียงที่หนาและใหญ่ ส่วนหัวไม้กลองที่มีขนาดเล็กก็จะให้เสียงที่คมชัดและมีทิศทางมากกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่เล่นและความต้องการของมือกลอง

 

4. ส่วนคอของไม้กลอง


เป็นส่วนที่อยู่ตรงกลางระหว่างหัวไม้กลองจนไปถึงตัวไม้ซึ่ง ส่วนคอนี้ จะมีความเรียวจนไปถึงส่วนไม้ที่มีขนาดเต็ม ส่วนคอไม้กลองนั้นถ้ายิ่งมีความยาวมากขึ้นก็จะให้ความคล่องตัวที่มากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ต้องแลกกับความทนทานที่น้อยลง ส่วนไม้ที่มีคอไม้สั้นก็จะมีน้ำหนักมากขึ้นและความคล่องตัวที่น้อยลง แต่ก็จะให้ความทนทานที่มากขึ้นตามไปด้วย

ส่วนคอของไม้กลอง แบบที่ 1
ไม้กลองแบบช่วงคอยาว
ส่วนคอของไม้กลอง แบบที่ 2
ไม้กลองแบบช่วงคอสั้น

 

บทสรุปการเลือก ไม้กลอง สำหรับมือใหม่

จากรายละเอียดต่างๆ ของไม้กลองที่มีค่อนข้างเยอะนั้นอาจจะทำให้ ผู้เล่นที่เพิ่งเริ่มต้น นั้นอาจจะยังเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกไม้กลองแบบไหนดี แต่จริงๆแล้ววิธีการเลือกนั้นให้ลองเลือกจากความถนัดก่อนเพราะสำหรับผู้เล่นมือใหม่แล้วหากใช้ไม้ที่หนักเกินไปก็จะทำให้เล่นได้ยากและเมื่อยอีกด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อไม้กลองจากรายละเอียดที่กล่าวมาแล้วนั้นอาจจะยังไม่มีความจำเป็นในการพิจารณาเลือกซื้อไม้กลอง