Home » บทความ » แนะนำ 5 โรงเรียนสอนดนตรี เรียนที่ไหนดี มีข้อดี-จุดเด่น อย่างไร

แนะนำ 5 โรงเรียนสอนดนตรี เรียนที่ไหนดี มีข้อดี-จุดเด่น อย่างไร

by Bro Por
Published: Last Updated on: 2613 views

สำหรับใครที่กำลังอยากเล่นดนตรีให้เป็นซักชิ้นนึง และอาจกำลังมองหาว่าจะเริ่มเรียนที่ไหนดี มีโรงเรียนอะไรน่าสนใจบ้าง ในบทความนี้จะมาแนะนำ โรงเรียนสอนดนตรี ที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันอยู่แล้ว แต่จะมาเจาะลึกลงไปในเรื่องของหลักสูตร วิธีการสอน เพื่อให้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น

โรงเรียนสอนดนตรี ที่เป็นที่รู้จักของคนไทย มีโรงเรียนไหนบ้าง

สำหรับคนไทยโรงเรียนดนตรีที่เป็นที่รู้จักคงหนีไม่พ้นสถาบันดนตรีใหญ่ ๆ ที่ก่อตั้งกันมานานหลายสิบปี อย่าง โรงเรียนดนตรีสยามยามาฮ่า หรือ สยามกลการ นั้นเอง อาจจะรวมไปถึงโรงเรียนดนตรี KPN ซึ่งจริง ๆ แล้วในเมืองไทยนั้นยังมีโรงเรียนดนตรีเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายโรงเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีหลักสูตรและวิธีการสอนที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเรียนการสอนนั้นอาจจะเหมาะกับแต่ละคน ทำให้ต้องมาทำความรู้จักกับหลักสูตรและตัวโรงเรียนกันก่อน

 

1. โรงเรียนสอนดนตรี สยามดนตรียามาฮ่า

โรงเรียนดนตรี

มาเริ่มกันที่โรงเรียนที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดโรงเรียนหนึ่ง สำหรับคนไทยเพราะได้ก่อตั้งมาหลายสิบปี โดยหลักสูตรของทางโรงเรียนสยามกลการ(ชื่อเก่า) นั้นจะเป็นหลักสูตรจากทางประเทศญี่ปุ่นที่นำเข้ามา มีการพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาจากพื้นฐานของทางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานมาอย่างดี โดยหลักสูตรการสอนนั้นจะเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กให้รู้จักกับดนตรี เครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้นก็จะมีพื้นฐานและสามารถเลือกเล่นเครื่องดนตรีที่ชอบต่อไป

โดยหลักสูตรเด็กเล็กนั้นจะมีชื่อว่า JMC (Junior Music Course) เป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานสำหรับเด็กเล็กโดยตรง ทำให้เด็ก ๆ นั้นมีพื้นฐานทางดนตรีที่ดี การเข้าจังหวะ การฝึกฟังเสียงต่าง ๆ รวมไปถึงการฝึกสมาธิอีกด้วย

สำหรับหลักสูตรเครื่องดนตรีอื่น ๆ ก็มีเรียกว่าครบทุกเครื่องดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีทั่วไป ตั้งแต่ กีต้าร์ เปียโน กลอง กีต้าร์ไฟฟ้า กีต้าร์โปร่ง กีต้าร์เบส ขับร้อง หรือเครื่องดนตรีที่เฉพาะทางมากขึ้นอย่าง เครื่องเป่า เครื่องสาย ต่าง ๆ ก็เรียกว่าครบถ้วน และสำหรับเครื่องดนตรีเหล่านี้ก็ยังคงเป็นหลักสูตรจากทางญี่ปุ่นอีกเช่นกัน ซึ่งจะมีการสอบวัดระดับเพื่อให้ผู้เรียนรู้จักพัฒนาการของตัวเอง และเมื่อถึงระดับที่สูงขึ้นไปสามารถสอบเพื่อที่จะขอเป็นครูผู้ฝึกสอนของภายในสถาบันได้อีกด้วย

สำหรับครูผู้ฝึกสอนแล้วทางสถานบันต้องทำการสอบวัดระดับและมีเกรดจากทางยามาฮ่าญี่ปุ่นก่อน จึงสามารถสอนได้และมีการเปิดอบรมครูผู้ฝึกสอนเพื่อให้การเรียนการสอนนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันในทุกสาขา

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/yamahamusicthailand/

 

2. โรงเรียนสอนดนตรี KPN

โรงเรียนสอนดนตรี

เป็นโรงเรียนที่แยกตัวออกมาจากทางโรงเรียนสยามกลการอีกทีหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถใช้หลักสูตรจากทางญี่ปุ่นได้ แต่ทางสถานบันก็มีการนำหลักสูตรจากทางฝั่งตะวันตกเข้ามาใช้แทนอย่างหลักสูตร Trinity โดยเป็นหลักสูตรจากสถาบันดนตรีของประเทศอังกฤษซึ่งได้รับการยอมรับมากกว่า โดยทางโรงเรียนก็ได้นำหลักสูตรนี้มาใช้สอบในทุกเครื่องดนตรี

โดยทางโรงเรียนก็มีการเปิดสอนทุกชนิดเครื่องดนตรีอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เปียโน ขับร้อง กีต้าร์ กลอง เบส เครื่องสายอย่าง ไวโอลิน เชลโล่ เครื่องเป่าอย่าง ฟลุท และการจัดสอบนั้นจะเป็นการสอบกับสถาบันภายนอกแทน

หลายคนอาจจะรู้จักชื่อ KPN จากเวทีการประกวดร้องเพลงที่ถูกจัดขึ้นต่อเนื่องจากทางสื่อต่าง ๆ ที่ทำให้มีศิลปินจากเวที KPN Music Award ซึ่งทางสถาบันก็มีการผลักดันเด็กนักเรียนให้เข้าสู่การประกวดและผลักดันเข้าวงการผ่านทางเวทีนี้อีกด้วย

ติดต่อ : https://www.facebook.com/kpnmusicacademy/

 

หลังจากทำความรู้จักกับโรงเรียนดนตรีใหญ่ ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันไปแล้ว ลองมาทำความรู้จักโรงเรียนดนตรีที่ขนาดเล็กลงมากันมาบ้าง

 

โรงเรียนสอนดนตรี ขนาดเล็กที่คุณภาพอัดแน่น

โดยโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้นั้นมักจะใช้หลักสูตรเปิด ที่สามารถหาได้จากหนังสือการเรียนการสอนทั่วไป อย่างเช่น หลักสูตรจากทาง Alfred, Hal Leonard, Trinity, Rock School, ABRSM เป็นต้น และจะมีผู้ฝึกสอนที่เข้าใจหลักสูตรอย่างลึกซึ้งคอยชี้แนะผู้เรียนให้เข้าใจพื้นฐานที่สำคัญต่าง ๆ และการสอบวัดระดับนั้นก็จะใช้การสอบจากภายนอกจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับในแวดวงดนตรีแทน

 

3. โรงเรียนสอนดนตรี Melody Plus

สถาบันดนตรี

เป็น โรงเรียนดนตรีขนาดกลาง ๆ ที่มีหลายสาขาเช่นกันและผลงานของเด็กนักเรียนจากสถาบันก็เรียกว่า เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยทางสถานบันนั้นได้ใช้หลักสูตรจากประเทศอเมริการอย่าง Alfred ในการเรียนการสอนและมีการประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ และใช้วิธีการส่งสอบวัดระดับจากสถาบันภายนอกเอา นอกจากนั้นยังมีหลักสูตรเด็กเล็กเพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้น้อง ๆ อีกด้วย

ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีคุณภาพอัดแน่น เพราะไม่ว่าจากผลงานของนักเรียนหรือการประเมินผลที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิด

ติดต่อ : https://www.facebook.com/Melodyplusmusicschool/

 

4. โรงเรียนสอนดนตรี Muse Music Academy

สถาบันสอนดนตรี

เป็นโรงเรียนสอนดนตรีที่มีคุณภาพอีกเช่นกัน ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนดนตรีขนาดเล็ก แต่ก็มีคุณภาพในการเรียนการสอนอีกเช่นกันเพราะมีการนำเสนอผลงานของนักเรียนผ่านทางช่องทางอย่าง Youtube อยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยเครื่องดนตรีที่เปิดสอนก็เรียกว่าครบ ไม่แพ้อย่างสถาบันใหญ่ ๆ เลยทีเดียว โดยสามารถลงเรียนเป็นกลุ่ม คู่ หรือ เดี่ยว ก็ได้ โดยยังคงใช้หลักสูตรจากภายนอกและส่งสอบกับสถาบันภายนอกอีกเช่นกัน

ติดต่อ : https://www.facebook.com/musemusicacademy/

 

5. วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับวิทยาลัยดนตรีจากมหาวิทยาลัยมหิดล นั้นมีการเปิดหลักสูตรสำหรับบุคคลทั่วไปด้วย ซึ่งจะเป็นการใช้หลักสูตรจากทางมหาวิทยาลัย และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวเรียนดนตรีในระดับมหาวิทยาลัย โดยอาจารย์ผู้ฝึกสอนจะเป็นนักศึกษารวมไปถึงอาจารย์จากทางคณะดนตรีโดยตรง

เรียกว่าถ้าใครต้องการติวเข้มเพื่อจะไปสอบดนตรีในระดับมหาวิทยาลัยก็เหมาะมาก ๆ เลยทีเดียว

ติดต่อ : https://www.facebook.com/collegeofmusicmahidol/

 

ชื่อเสียงของ โรงเรียนสอนดนตรี อาจจะเป็นส่วนนึงในการตัดสินใจที่จะเลือกเรียนกับสถาบันต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการเลือกเรียนดนตรีนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือตัวผู้เรียนที่รู้เป้าหมายในการเรียนดนตรีว่าต้องการเรียนไปเพื่ออะไร และตัวครูผู้สอนที่สามารถนำพาผู้เรียนไปยังเป้าหมายที่ผู้เรียนตั้งใจได้ ดังนั้นสถาบันอาจจะเป็นส่วนนึงในการตัดสินใจ แต่ครูผู้สอนเองนั้นก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นหากได้ครูสอนดนตรีที่ดี นั้นไม่ว่าจะเป็นสถาบันไหน หรืออาจไม่เป็นจำเป็นต้องมีโรงเรียนดนตรีก็ย่อมได้

บทความที่คุณน่าจะชอบ