Home » กีต้าร์ » 10 มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า รุ่นยอดนิยม เสียงครบจบในตัว 2020

10 มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า รุ่นยอดนิยม เสียงครบจบในตัว 2020

by Bro Chay
Published: Last Updated on: 6989 views

เอฟเฟคกีต้าร์

สำหรับมือกีต้าร์ที่เพิ่งหัดเล่นกีต้าร์ไฟฟ้ามาได้ซักพักก็คงจะเริ่มสังเกตได้ว่า เพลงต่างๆที่เราไม่ว่าจะฟังหรือเล่นนั้น เสียงกีต้าร์ที่ออกมานั้นไม่ได้มีแต่เสียงกีต้าร์เปล่าๆ เพียงอย่างเดียว เพราะเวลาเราได้ยินเสียงกีต้าร์ในเพลงต่างๆนั้นมันไม่เหมือนกับที่เรานั้นได้เล่นออกมาเอง ซึ่งเสียงที่เราได้ยินว่าไม่เหมือนนั้นก็คือ เสียงที่ผ่านการปรุงแต่งเพิ่มเติมจาก เอฟเฟคกีต้าร์ เสียงกีต้าร์ที่เราได้ยินนั้นมักจะมีการผสมเอฟเฟคเพื่อเป็นการแต่งเติมเสียงของกีต้าร์ให้มีความลงตัวมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟคต่างๆ เช่น เสียงแตก (Overdrive/Distortion) Chorus Delay Reverb ซึ่งเอฟเฟคเหล่านี้ในการเล่นสดบทเวทีนั้น แรกเริ่มเดิมทีนั้นมาเป็นในรูปแบบของสวิตใช้เท้าเหยียบ หรือเรียกว่า Pedal โดยในภาษาไทยเรียกง่ายๆว่า เอฟเฟคก้อน หลังจากมีการพัฒนาจนมีระบบดิจิตอลจึงมีการพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า มัลติเอฟเฟค ขึ้นมานั้นเอง

มัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า คืออะไร ?

มัลติเอฟเฟค (Multi Effect) ของกีต้าร์ไฟฟ้านั้น จะเป็นการจำลองเสียงโดยใช้ระบบดิจิตอล จำลองเสียงต่างๆขึ้นมาจากอุปกรณ์อนาล็อคจริงๆ ทั้งแอมป์รวมไปถึงเอฟเฟคก้อนที่ให้เสียงต่างๆกันไป ดังนั้นคุณภาพเสียงที่ได้นั้นอาจจะยังไม่เหมือนกับการใช้เอฟเฟคก้อน แต่ในปัจจุบันนั้นในมัลติเอฟเฟคที่มีราคาสูงๆ นั้นสามารถจำลองได้เรียกว่าแทบจะแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว

มัลติเอฟเฟคนั้นคือการนำเอฟเฟคที่ให้เสียงต่างๆ มาใส่รวมไว้ในอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว ซึ่งในปัจจุบันมีการจำลองไม่ว่าจะเป็นตู้แอมป์ และเอฟเฟค นั้นรวมเข้าไปด้วยกัน ทำให้สามารถปรับเสียงได้หลากหลายมากๆเรียกว่า ครบทุกแนวเพลง

ปรับความเข้าใจเกี่ยวกับมัลติเอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า พื้นฐาน

ในปัจจุบันเอฟเฟคของกีต้าร์ที่ถูกนำมาใส่ไว้ในมัลติเอฟเฟคนั้น จะมีการจำลองแอมป์ที่ให้เสียงแตกต่างกันไป สามารถปรับแต่งตามความชอบได้ ทั้งเสียง clean,drive ขึ้นอยู่กับชนิดของแอมป์ที่ให้มา รวมไปถึงเอฟเฟคก้อนต่างๆซึ่งสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ และมีมาให้อย่างครบครันในบางครั้ง เอฟเฟคชนิดเดียวกันยังมีมากถึง 4-5 แบบเลยทีเดียว โดยเอฟเฟคที่ให้มานั้นก็จะเป็นเสียงพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆ อย่างเช่น

  1. overdrive
  2. distortion
  3. chorus
  4. delay
  5. reverb

เป็นหลัก ในบางรุ่นก็อาจจะให้เอฟเฟคมากกว่า โดยจะเพิ่มเอฟเฟค อย่าง wah-wah,flanger,phaser,tremolo,rotaryspeaker เข้าไปด้วยก็จะยิ่งทำให้เราสามารถปรับเสียงได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น หลายคนอาจจะงงและยังไม่รู้จักเสียงในแบบต่างๆ ไว้จะมาทำความรู้จักกับเอฟเฟคชนิดต่างๆ ในบทความต่อๆไปกัน วิธีปรับเสียงเอฟเฟคกีต้าร์ พื้นฐานสำหรับมือใหม่ ที่ต้องรู้และเข้าใจ!

ข้อดีของมัลติเอฟเฟคกีต้าร์

นั้นมีหลายอย่างโดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่แล้ว ทาง Big Bro อยากจะแนะนำให้เริ่มจากการซื้อมัลติเอฟเฟคก่อน เพราะการซื้อเอฟเฟคก้อนนั้นสามารถให้เสียงได้เพียงเสียงเดียว แต่ราคานั้นอาจจะเท่ากับ หรือแพงกว่ามัลติเอฟเฟคเสียอีก ผู้เล่นมือใหม่นั้นควรจะได้เริ่มต้นกับมัลติเอฟเฟคเพราะจะได้ทำให้รู้จักเสียงของเอฟเฟคต่างๆ รู้จักวิธีการใช้งาน รู้จักเสียง ได้ทดลองปรับแต่ง ได้ค้นหาเสียงที่ตัวเองชื่นชอบแล้วจึงค่อยขยับไปเล่นเอฟเฟคก้อนที่มีราคาสูงขึ้นในภายหลัง หลังจากรู้จักมัลติเอฟเฟคกันไปคร่าวๆแล้ว เรามาดูกันต่อว่า ถ้าเราจะซื้อ มัลติเอฟเฟคสำหรับกีต้าร์ไฟฟ้า ซักตัวนึง เราควรจะต้องรู้อะไรบ้างก่อนที่เราจะซื้อกัน

4 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อเอฟเฟคสำหรับกีต้าร์ไฟฟ้า

1 จำนวนเสียงที่ให้มา

อย่างแรกที่เราควรจะรู้ก็คือ จำนวนเสียงที่ให้มา ไม่ว่าจะเป็นทั้งแอมป์และเอฟเฟคก้อนที่จำลองมาให้นั้นมีจำนวนมากแค่ไหน เยอะเพียงพอหรือไม่ แต่ถ้าเอฟเฟคราคาไม่สูงมากนั้นเสียงที่มากนั้นอาจจะทำให้คุณภาพของเสียงนั้นลดลงตาม เรียกว่า เสียงเยอะก็จริงแต่คุณภาพอาจจะไม่ดีเท่ากับ มัลติเอฟเฟคที่ให้เสียงมาพอเพียงกับการใช้งานแต่ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ควรจะลงรายละเอียดกับเสียงที่ให้มาด้วยว่าเป็นการจำลองเสียงมาจากอะไรแต่สำหรับมือใหม่แล้วก็สามารถข้ามไปได้

2 มี Preset และที่สำหรับเซฟเก็บเสียงให้มาแค่ไหน

ต่อไปสิ่งที่ควรจะรู้ก็คือ เราสามารถเซฟเก็บเสียงไว้ได้มากขนาดไหน มีจำนวน bank ให้เราเยอะมั้ย โดยปกติมัลติเอฟเฟคนั้นจะถูกปรับแต่งมาให้แล้วส่วนนึง และจะมี bank ซึ่งเป็นช่องอีกส่วนนึงให้เราสามารถเซฟเก็บเสียงของเราที่ปรับแต่งตามใจของเราไว้ใช้งานได้ ดังนั้นสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ก็ควรจะรู้ว่า เราสามารถเซฟเก็บเสียงของไว้ได้เยอะขนาดไหน ซึ่งในบางมัลติเอฟเฟคอาจจะมีการจำกัดพื้นที่

3 การปรับแต่งเสียงยุ่งยากมั้ย มี knob ให้หรือไม่

ต่อไปก็คือการ ปรับแต่งเอฟเฟค ในบางรุ่นนั้นถูกออกแบบมาให้มีการปรับแต่งเอฟเฟคที่ง่ายเพราะ ออกแบบตัวเครื่องมาให้คล้ายๆกับ เอฟเฟคก้อนจริงๆ มีลูกบิดให้เราได้ใช้บิดจริงๆ เสมือนกับเราใช้เอฟเฟคก้อน แต่ในบางรุ่นนั้นก็จะมีการปรับแต่งที่ยุ่งยากขึ้นเพราะต้องเข้าไปในโปรแกรมภายในตัวเครื่อง ก็จะทำให้การปรับแต่งยุ่งยากมากขึ้นไปอีกขั้น

ดังนั้นสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่แล้วอยากจะแนะนำให้ใช้รุ่นที่มีลูกบิดจริงๆ เสมือนกับเราใช้เอฟเฟคก้อน ก็จะช่วยทำให้เราคุ้นเคยกับการปรับเอฟเฟคก้อนต่างๆได้ง่ายขึ้น แต่ในปัจจุบันมีมัลติเอฟเฟคกีต้าร์หลายรุ่นหลายยี่ห้อ ที่สามารถต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ได้และมีโปรแกรมปรับแต่งให้ ทำให้สามารถปรับแต่งบทคอมพิวเตอร์ได้ เราก็จะสามารถใช้โปรแกรมเรานั้นปรับแต่งได้ง่ายกว่าการปรับแต่งบนตัวเครื่อง ดังนั้นหากตัวเครื่องไม่มีลูกบิดจริงๆ แต่สามารถปรับบนคอมพิวเตอร์หรือแอพบนมือถือได้ก็ถือเป็นอีกทางเลือกนึงที่ดีเหมือนกัน

4 Input/Output และฟังชั่นเสริม

สุดท้ายก็คือส่วนของ Input/Output และฟังชั่นเสริมต่างๆ เราควรจะรู้ว่า เราสามารถต่อพ่วงมัลติเอฟเฟคกับอะไรได้บ้าง ต่อในรูปแบบไหน ช่องเสียบอะไรบ้าง แล้วเราจำเป็นต้องใช้ช่องต่างๆ เหล่านั้นมั้ย ส่วนฟังชั่นเสริม อย่างเช่นสามารถบันทึกเสียงได้มั้ย ช่วยเราแกะเพลงได้รึป่าว อันนี้ก็ควรจะต้องดูความจำเป็นของผู้เล่นเป็นหลัก ว่ามีความต้องการใช้ฟังชั่นเสริมเหล่านั้นหรือไม่

รู้จักกับมัลติเอฟเฟครวมไปถึงวิธีการเลือกไปแล้วคร่าวๆ ลองมาดูกันต่อว่ารุ่นที่ Big Bro จะมาแนะนำกันในคราวนี้มีรุ่นอะไรกันบ้าง โดนรุ่นที่เลือกมานั้นจะเป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่สูงมากและเน้นที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

บทความยอดนิยม ห้ามพลาด!

 

10 เอฟเฟคกีต้าร์ไฟฟ้า รุ่นยอดนิยม ปี 2020 ( จุดเด่น – จุดด้อย ของแต่ละรุ่น )

 

1. Boss ME-80

เริ่มต้นกับรุ่นยอดนิยมของ Boss ที่ถือเป็นรุ่นที่ครบเครื่องครบครันในทุกเรื่องๆ นั้นก็คือ BossMe-80 ซึ่งถูกออกแบบมาใช้งานง่ายเพราะมี knob ลูกบิดเหมือนกับเอฟเฟคก้อนของจริง และยังให้คุณภาพเสียงที่ดีอีกด้วย โดยให้แอมป์โมเดลมาทั้งหมด 9 แบบ และยังมีเอฟเฟคให้ปรับใช้มากถึง 59 ชนิด

โดยการทำงาน BossMe-80 นั้นจะมี Pedals ไว้สำหรับให้ใช้เหยียบในการเลือกเสียงหรือเปิดปิดเสียงต่างๆอีกด้วย ทำให้สะดวกต่อการใช้งานเพราะสามารถเลือกเสียงจาก Sound Bank ที่ทำการเก็บเสียงไว้ซึ่งมีเสียง Preset ที่ให้มา 36 เสียงและสามารถปรับแต่งและเซฟเก็บไว้ได้เองอีก 36 เสียง หรือปรับแต่งเป็นโหมด Manual ที่จะทำให้เอฟเฟคนั้นทำงานเหมือนกับเรามีบอร์ดเอฟเฟคก้อนจริงๆ มากถึง 7 ก้อนเลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกเสียงเพื่อไว้ใช้ Loop ได้ถึง 38 วินาทีอีกด้วย ส่วนช่อง Input/Output ก็ให้มาอย่างครบถ้วน และยังสามารถต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ผ่านทาง USB เพื่อใช้ในการปรับแต่งเอฟเฟคได้อีกด้วยเรียกว่าซื้อตัวเดียวจบ

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ปรับแต่งง่ายมี knob ให้เหมือนกับเอฟเฟคก้อน
  • ให้เสียงมาครบถ้วน มากเพียงพอสำหรับผู้เริ่มต้น
  • สามารถใช้โหมด Manual ทำให้เหมือนมีเอฟเฟคก้อนจริงๆ ถึง 7 ก้อน
  • สามารถอัด Loopได้
  • สามารถใส่ถ่านได้

ราคา 10400 บาทตัวแทนจำหน่าย ธีระมิวสิค

 

2. Boss GT-1

มาต่อกับมัลติเอฟเฟครุ่นใหม่ของ Boss ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน ตัวนี้มาในราคาถูกกว่า ME-80 แต่ก็ทำให้ตัดลูกบิดต่างๆออกไป รวมถึง Pedals ที่ใช้เหยียบเปลี่ยนเสียงเหลือเพียงแค่ 3 ปุ่มเท่านั้น ทำให้การปรับแต่งเสียงและเปลี่ยนเสียงต่างๆ อาจจะยุ่งยากมากขึ้นสำหรับมือใหม่ เพราะต้องปรับแต่งจากหน้าจอ

ซึ่งถ้ายังไม่เข้าใจฟังชั่นการทำงานนั้นก็อาจทำให้ปรับแต่งไม่ได้อย่างที่คิด แต่ตัว GT-1 นั้นสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และสามารถปรับแต่งจากโปรแกรมของทาง Boss ชื่อว่า BossToneStudio ซึ่งก็ทำให้สามารถปรับแต่งเสียงได้ง่ายขึ้นจากคอมพิวเตอร์นั้นเอง

นอกจากนั้นยังมีเอฟเฟคและแอมป์ให้มาถึง 108 ชนิดเลยทีเดียว ส่วน Sound Bank ก็ให้มาเยอะเหลือเฟือโดยให้ Presets มาถึง 99 แบบ และสามารถเซฟเก็บได้อีก 99 เสียงอีกด้วย ส่วน Input/Output ก็ให้มาตามมาตรฐานมีช่องที่สามารถต่อออกแอมป์ ต่อเพลงเข้าไปในเอฟเฟคเพื่อใช้ซ้อมได้ ส่วนคุณภาพของเสียงนั้นเรียกว่าถอดมาจากตัวท๊อปของทาง Boss GT-100 มาเลย เพราะใช้ Processor รุ่นเดียวกัน

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ใช้เสียงคุณภาพเทียบเท่ากับมัลติเอฟเฟครุ่นใหญ่จาก Boss
  • ปรับแต่งผ่านคอมพิวเตอร์ได้ง่ายสะดวกผ่านโปรแกรมจาก Boss
  • Sound Banks ใหญ่ เซฟเก็บเสียงได้เยอะ
  • ปุ่มที่ใช้ปรับแต่งน้อย ต้องปรับแต่งผ่านหน้าจอ มือใหม่อาจจะต้องใช้เวลาฝึกซักพัก
  • สามารถใส่ถ่านได้

ราคา 7200 บาท ตัวแทนจำหน่าย ธีระมิวสิค

 

3. Boss ME-25

เอฟเฟคตัวที่ 3 เป็น boss ตัวสุดท้ายที่จะมาแนะนำกัน เป็นรุ่นที่เล็กที่สุดของทาง Boss ซึ่งอยู่ในซีรี่เดียวกับ ME-80 แต่เป็นรุ่นเล็กกว่านั้นเอง โดยในรุ่นนี้ จะถูกย่อส่วนลงมาโดยยังคง knob ไว้สำหรับหมุนปรับแต่งอยู่ ซึ่งทำให้มปรับแต่งได้ไม่ยุ่งยากมากนั้น

ถ้าเทียบกับการปรับแต่งบนจอ ส่วน Pedals จะถูกตัดออกเหลือเพียง 3 ปุ่มเท่านั้นการเหยียบเลือกเสียงจึงเป็นเลื่อนไปเรื่อยๆ ตามลำดับของเสียงที่เก็บไว้ข้ามไปข้ามมาไม่ได้ อาจจะทำให้ใช้งานยากซักหน่อย โดยมี Sound Banks ให้มา 60 ช่องสำหรับเซฟ และให้ Preset มาอีก 60 เสียง ส่วนเสียงที่ให้มาก็ครบถ้วน สำหรับผู้เริ่มต้นอาจจะถูกตัดออกไปบ้างจากรุ่น ME-80 แต่ก็ถือว่าเพียงพอ ส่วนของ Input/Output ก็ให้มาตามมาตรฐานและสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ได้

จุดเด่น-จุดด้อย

  • มีเสียงและ Preset ให้มาครบถ้วน กดเลือกใช้ได้ง่ายสำหรับมือใหม่
  • มีknob ในการปรับแต่งเสียงทำให้ง่าย สำหรับผู้เริ่มต้น
  • การปรับที่ต้องการรายละเอียดมากทำได้ยากเพราะ มีknob จำกัด แต่ก็ทำให้มีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา
  • สามารถใส่ถ่านได้

 

4. Mooer-GE200

Mooer เป็นแบรนด์ที่ถือว่าค่อนข้างใหม่ในตลาดมัลติเอฟเฟค แต่ก็ถือว่าเป็นเอฟเฟคที่มีคุณภาพเสียงที่ดี ถือว่าอยู่คุณภาพสูงเลยทีเดียว โดยในรุ่น GE200 นี้ถือเป็นรุ่นที่ทำออกมาได้ดีมากๆเลยทีเดียว ลองมาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มต้นในส่วนของเสียงนั้นให้แอมป์มาถึง 55 ชนิดเลยทีเดียว และยังรวมไปถึงเอฟเฟคอีก 70 ชนิด เพียงพอต่อการใช้งานอย่างแน่นอน สามารถใช้ได้ยาวๆเลยทีเดียว เพราะมืออาชืพหลายคนก็ได้หันมาใช้เจ้า mooer รุ่นนี้กันหลายคน

นอกจากนั้นยังสามารถอัด loop ได้มากถึง 52 วินาที นอกจากนั้นยังมีเสียงกลองและเมโทรนอมให้มาเพื่อใช้สำหรับการฝึกซ้อมอีกด้วย มี Preset สามารถเซฟเก็บได้มากถึง 200 เสียงอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่มีknob ในการช่วยปรับแต่งเสียงที่ตัวเครื่องแต่หน้าจอถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ทำให้ปรับแต่งได้ไม่ยากจนเกินไป

อีกทั้งยังสามารถต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อปรับแต่งเสียงก็ได้เพื่อความสะดวกที่มากขึ้น ส่วน Pedals ถึงแม้ว่าจะให้มาเพียง 3 ปุ่มในการเลือกเสียงต่างๆ แต่ก็มีฟังชั่นเสริมที่ทำให้ไม่ต้องไล่เสียงตามลำดับ สามารถเลือกเสียงข้ามกลับไปมาได้ ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนั้น VolumePedals ยังสามารถใส่เป็นฟังชั่นอื่นๆ นอกจากเพียงแค่ปรับความดังอย่างเดียวได้อีกด้วย ถือว่าออกแบบมาเพื่อลบจุดด้อยของการมีปุ่ม Pedals ที่น้อยไปได้พอสมควร ส่วนInput/Output นั้นก็ให้มาตามมาตรฐานแต่จะสามารถต่อ Pedal เพิ่มได้อีกหนึ่งช่องด้วย

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ถือเป็นเอฟเฟคราคาไม่สูง ที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีมากๆ ฟังชั่นให้มาครบครัน
  • เป็นอปุกรณ์ช่วยซ้อมที่ดีเพราะมีแบคกิ้งแทรค รวมถึงเครื่องให้จังหวะมาด้วย
  • ถึงแม้ว่า Pedal จะให้มาเพียง3ปุ่ม แต่ก็ทำฟังชั่นขึ้นมาชดเชยเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

ราคา 9500 บาท ตัวแทนจำหน่าย CT Music

 

5. Mooer GE300

สำหรับ Mooer GE300 ตัวนี้ เป็นเอฟเฟคตัว Top สุดจาก Mooer ที่บอกเลยว่าดีสุดๆ เพราะฟังชั่นมาแบบจัดเต็ม เป็นรุ่นที่อัพเกรดมาจาก GE200 ทั้งช่อง Input Output ก็เพิ่มขึ้นมาแบบจัดเต็ม โดยยังให้แอมป์มามากถึง 108 แบบเรียกให้เสียงกันมาแบบจุกๆไปเลย โดยต้องถือว่าในราคาเท่านี้นั้นสามารถเทียบกับฟังชั่นมัลติเอฟเฟคจากแบรนด์ดังๆ ตัวท๊อปที่ราคาอาจจะสูงถึงครึ่งแสนเลยทีเดียว

ฟังชั่นเด่นที่เพิ่มขึ้นมาชื่อว่า Tone Capture ซึ่งปกติจะอยู่ในมัลติเอฟเฟคราคาแพงๆ นั้นก็มีมาให้ด้วย โดยฟังชั่นนี้มีความน่าสนใจมากตรงที่ สามารถทำให้เรา Clone เสียงของแอมป์หรือเอฟเฟคก้อน หรือแม้กระทั่งกีต้าร์ก็ยังทำได้ ซึ่งฟังชั่น Tone Capture ถือเป็นพระเอกชูโรงสำหรับ Mooer GE300 เลยทีเดียว

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ตัวTop ราคาสูง แต่ฟังชั่นครบ เสียงดี ซื้อแล้วจบแน่นอน
  • ขนาดไม่ใหญ่มาก ขนย้ายง่าย
  • มี Tone Capture ทำได้ดี ให้เสียงที่ใกล้เคียงกับของจริง
  • Input Output ครบถ้วนต่อได้หลายรูปแบบ มีปุ่มแยกอิสระ

ราคา 22,900 บาท ตัวแทนจำหน่าย CT Music

 

6. Mooer GE300 Lite

เอฟเฟคตัวล่าสุดจาก Mooer รุ่น GE 300 Lite ที่บอกเลยว่าครบเครื่อง เป็นรุ่นเล็กลงมาจาก GE300 ที่เอาInput/Output บางอย่างออกไป เพื่อให้มีขนาดเล็กลงอีก โดยนำปุ่มกดออก 2 ปุ่มและ Volume Switch ออกไปทำให้น้ำหนักเหลือเพียงแค่โลกว่าๆ เท่านั้นเอง ทำให้พกพาได้สะดวก ง่ายขึ้นไป จะเป็นฟังชั่นที่จำเป็นใช้จริงๆ สำหรับการใช้งาน

ส่วนเรื่องเสียงนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะลดลงไปด้วย เพราะได้แอมป์โมเดลมาครบเท่าเดิมเหมือนของ GE300 รวมไปถึงฟังชั่น Tone Capture ก็ยังมีให้มาเหมือนกัน บอกเลยว่าครบเครื่อง ในราคาที่ประหยัดลงเยอะเลยทีเดียว ถือว่าเป็นเอฟเฟคที่คุ้มค่า คุ้มราคาแห่งปีเลย

จุดเด่น-จุดเด่น

  • ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย
  • คุณภาพเสียงดีมาก ฟังชั่นครบเหมือนรุ่น Top
  • ให้แอมป์มาเยอะ เล่นได้ทุกรูปแบบ
  • ไม่มี Foot Volume ทำให้ควบคุมความดังด้วยเท้าไม่ได้

ราคา 16,900 บาท ตัวแทนจำหน่าย CT Music

 

7. Digitech RP360XP

มัลติเอฟเฟคจาก Digitech ประเทศอเมริกา ถือว่าเป็นผู้ผลิตเอฟเฟคที่มีชื่อเสียงในตลาดอีกเจ้านึง ซึ่งปกติได้นั้นเน้นทำเอฟเฟคก้อนเป็นหลัก แต่ในช่วงหลังได้มีการเพิ่มไลน์ของมัลติเอฟเฟคเพิ่มขึ้นมาซึ่งก็ทำออกมาได้ดี เพราะมีพื้นฐานที่ดีจากเอฟเฟคก้อนอยู่แล้ว โดยในรุ่น RP360XP นั้นก็ถือว่าเป็นมัลติเอฟเฟคตัวท๊อปของทางแบรนด์อีกด้วย โดยได้ให้เอฟเฟคต่างๆมามากถึง 125 แบบ ทั้งเสียงแอมป์และเอฟเฟคต่างๆ ซึ่งถือว่ามากเกินพอเลยทีเดียว สามารถจัดเก็บเสียง Preset ได้มากถึง 99 เสียงและยังให้เสียง Preset จากโรงงานมาอีก 99 เสียงด้วย

การปรับแต่งเอฟเฟคนั้นอาจจะทำได้ไม่ง่ายนักบนตัวเครื่องเพราะให้ knob ลูกบิดมาเพียง 4 ปุ่มเท่านั้น แต่สำหรับโปรแกรมที่จะใช้ปรับแต่งในคอมพิวเตอร์นั้นใช้งานได้ง่ายมากๆ เหมือนตั้งใจไว้สำหรับการปรับแต่งในคอมพิวเตอร์มากกว่า ส่วนปุ่ม Pedals นั้นให้มาเพียง 3 ปุ่ม บวกกับ Volume Pedal อีกนึง ทำให้การเลือกเสียง Preset นั้นอาจจะยุ่งยากซักเล็กน้อย ถ้าต้องการใช้เสียงสลับไปมาบ่อยๆ ส่วนฟังชั่นเสริมที่ให้มาก็ครบครันทั้ง looper ที่ให้มา 40 วินาที และยังมีแบคกิ้งแทรคกลองให้มาอีกถึง 60 แบบ ส่วน Input/Output ก็ถือว่าให้มาตามมาตรฐานเหมาะกับการใช้งานทั่วไป

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ให้เสียงมาเยอะเรียกว่าครบถ้วน และสามารถจัดเก็บเสียงได้เยอะอีกด้วย
  • ให้คุณภาพเสียงที่ดี
  • การปรับแต่งบนตัวเครื่องอาจจะไม่ค่อยสะดวกแต่ถ้าต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์แล้วถือว่าปรับแต่งได้ง่ายทีเดียว
  • ให้ Pedal มาน้อยอาจจะยุ่งยากในการสลับเสียงไปมาบ่อยๆ

ราคา 7900 บาท ตัวแทนจำหน่าย เบ๊เงียบเส็ง หรือ Music Concept

 

8. Zoom G3n

มาดูกับแบรนด์ต่อไปซึ่งก็คือ Zoom ซึ่งเป็นแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น ทำมัลติเอฟเฟคกีต้าร์มาอย่างยาวนานโดยรุ่นที่นำมาแนะนำกันเป็นรุ่นเล็กที่สุดจากซีรี่ส์นี้ แต่ว่าก็ออกแบบมาได้อย่างครบเครื่องทีเดียว โดยให้เสียงเอฟเฟคและแอมป์มามากกว่า 70 แบบ ให้เสียงที่ได้คุณภาพ สามารถนำไปใช้งานได้จริง

การปรับแต่งทำได้ง่ายเพราะให้ knob มาเหมือนกับการปรับแต่งเอฟเฟคก้อน และถึงแม้ว่าตัวจะเล็กแต่ก็ให้ Pedal มาถึง 6 ปุ่ม ทำให้การเลือกเสียงสลับไปมาค่อนข้างสะดวกรวดเร็ว และยังมีฟังชั่นเสริมในการอัด Loop อีกด้วย ถือว่าเป็นมัลติเอฟเฟคที่ครบเครื่องอีกนึงตัวในราคาที่ไม่สูงมาก โดยช่อง Input/Output นั้นก็ให้มาตามมาตรฐาน สามารถต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ได้

จุดเด่น-จุดด้อย

  • เป็นเอฟเฟครุ่นเล็กที่ให้ Pedal ในการเหยียบมาเยอะทำให้สลับไปเสียงไปมาได้ง่าย
  • ให้เสียงมาค่อนข้างเยอะ เครื่องเล็กกระทัดลัด
  • ปรับแต่งได้ง่ายเพราะจำลองลูกบิดต่างๆ ออกมาจากเอฟเฟคก้อน
  • เหมาะไว้ใช้งานมากกว่าฝึกซ้อม

ราคา 5520 ตัวแทนจำหน่าย Music Collections

 

9. Line6 Pod Go

มัลติเอฟเฟครุ่นใหม่ของ Line6  ชื่อรุ่นว่า Pod Go ซึ่งมาจากซีรี่ส์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Line6 นั้นก็คือซีรี่ส์ POD นั้นเอง โดยในซีรี่ส์นี้นั้น ถือเป็นตำนานที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับ Line6 เป็นรุ่นบุกเบิกมัลติเอฟเฟคเสียงดี ที่เป็นทำให้มัลติเอฟเฟคได้รับการยอมรับในวงการมากขึ้น สำหรับ Pod Go นั้น เป็นเอฟเฟคที่ครบเครื่องทั้งฟังชั่นและเสียงที่ดี เพราะได้นำเสียงและโมเดลแอมป์ต่างๆ มาจากเอฟเฟครุ่นใหญ่ในตระกูล HX ของ Line6 ทั้งหมดเลย

สิ่งสำคัญอีกอย่างนึงของ Pod Go นั้นก็คือขนาดที่กะทัดรัดและน้ำหนักเบา แต่ให้ Foot Control มาด้วย ซึ่งถือว่าดีมากเลยทีเดียว เพราะปกติในขนาดเล็กเท่านี้มักจะโดนตัดออกไป ส่วน Input/Output ก็ให้มาอย่างครบถ้วน สามารถต่อ FX Loop รูปได้ โดยให้แอมป์โมเดลมาถึง 70 กว่ารุ่นเลยทีเดียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่ยอดนิยมในปีนี้เลยทีเดียว

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ใช้งานไม่ยาก มีจอ LCD ให้ดูง่าย
  • เสียงดี ได้โมเดลเสียงต่างๆ มาจากรุ่นท๊อปอย่าง HX
  • Input Output ครบถ้วน ใช้งานได้จริง สามารถใช้ซ้อมได้ ขึ้นเวทีได้
  • เข้าถึงเมนูต่างๆ ได้ไม่สะดวกเพราะไม่มีปุ่มลัดไปยังส่วนต่างๆ

ราคา 16,500 ตัวแทนจำหน่าย Beat Spot

 

10. Line6 AMPLIFi FX100

สำหรับรุ่นสุดท้ายที่จะมาแนะนำกันในคราวนี้ เป็นรุ่นที่ถือว่าล้ำๆ ไปเลย จากทาง Line6 เพราะต้องใช้ร่วมกับแอพโดยเชื่อมต่อผ่านBluetooth กับโทรศัพท์หรือแทปเลต โดยจะให้เสียงมาทั้งมากกว่า 200 เสียงเลยทีเดียวทั้งแอมป์และเอฟเฟคและให้เสียงที่มีคุณภาพดีอีกด้วย

การปรับแต่งนั้นบนตัวเครื่องก็สามารถปรับแต่งได้โดยให้ knob มาครบถ้วน หรือถ้าใช้เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นแล้วก็สามารถปรับแต่งผ่านแอพพลิคเคชั่นก็ได้ซึ่งสะดวกและง่ายกว่ามาก โดยเราสามารถเซฟเสียงเก็บไว้ได้เรียกว่าไม่มีจำกัดเลยทีเดียว ส่วนของ Pedal นั้นให้ปุ่มเหยียบมาถึง 5 ซึ่งก็จะทำให้การเลือกเสียงสลับไปมา

รวมไปถึงการเปิดปิดเอฟเฟคนั้นทำได้ง่ายขึ้นด้วย ส่วนฟังชั่นเสริมที่น่าสนใจอีกตัวนึงคือแบคกิ้งแทรคที่มีมาให้ในแอพนั้นเองซึ่งเรียกว่ามีทุกแนวเพลงไว้สำหรับแจมฝึกซ้อมได้เลย สะดวกมากๆ การมีแอพพลิเคชั่นเข้ามาทำให้ฟังชั่นเสริมนั้น เรียกว่าทำให้ฟังชั่นทุกอย่างสมบูรณ์จริงๆ ส่วน Input/Output นั้นก็ให้มาตามมาตรฐาน โดยสามารถต่อพ่วง USB ใช้อัดเสียงผ่านคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

จุดเด่น-จุดด้อย

  • ให้เสียงมาเยอะมาก และมีคุณภาพที่ดี
  • ปรับแต่งได้ง่ายผ่านแอพ ทำให้เซฟเสียงได้ไม่จำกัดจำนวน
  • ปรับแต่งผ่านเครื่องได้ ถ้าไม่เชื่อมต่อกับแอพ
  • มีแบคกิ้งแทรคให้มาฟรี สามารถโหลดเพิ่มเติมในแอพได้เรื่อยๆ
  • ควรจะต้องเชื่อมต่อแอพ จะใช้ง่ายกว่า
  • มือใหม่อาจจะงงกับระบบต่างๆ ถ้าไม่เคยใช้เอฟเฟคมาก่อนเลย

ราคา 9900 ตัวแทนจำหน่าย Beat Spot

ผ่านไปแล้วกับมัลติเอฟเฟคที่มาแนะนำกันไปในบทความนี้ หวังว่าจะเป็นบทความที่จะช่วยผู้ที่เริ่มเล่นกีต้าร์หรือกำลังมองหามัลติเอฟเฟคอยู่ ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน สิ่งสำคัญก็คือเราควรจะต้องได้ไปทดลองเล่นกับของจริง ก่อนจะซื้อว่าเราชอบหรือไม่ อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากก่อนที่จะซื้ออุปกรณ์ดนตรีอะไรก็ตาม เอฟเฟคกีต้าร์ ถือว่าเป็นอีกส่วนสำคัญที่จะทำให้การเล่นของเราสมบูรณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสียงหรือการฝึกซ้อมที่จะมาช่วยผู้เล่นได้

บทความที่คุณน่าจะชอบ