Home » บทความ » 5 แอพฟังเพลง สุดฮิต เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย และค่าใช้จ่าย 2020

5 แอพฟังเพลง สุดฮิต เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย และค่าใช้จ่าย 2020

by Bro jong
Published: Last Updated on: 1656 views

เมื่อพูดถึงเพลงก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู้กับมนุษยชาติมาอย่างยาวนานและพัฒนาการระบบการฟังเพลงก็ถือได้ว่ามีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานและหลายรูปแบบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แผ่นเสียง , เทปคาสเซ็ท , แผ่น CD หรือการฟังทางวิทยุก็ตามและมาถึงในยุคปัจจุบันนั้นก็คือ Music Steaming หรือก็คือฟังเพลงแบบออนไลน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้เราสามารถพกคลังเพลงที่มีบนโลกใบนี้ไปฟังได้ทุกที่ทุกเวลาเลยทีเดียวตราบใดที่ยังมีอินเตอร์เน็ต และบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 แอพพลิเคชั่น Music Steaming ที่น่าสนใจกันครับ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

1. Apple Music

  • ค่าบริการ:

– ส่วนบุคคล 129 บาท / เดือน ( สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 3 เดือนแรก )
-ส่วนบุคคล 1,300 บาท / ปี
-แบบครอบครัว 199 บาท / เดือน ( สามารถใช้ได้สูงสุด 6 คน )
-นักศึกษา 69 บาท / เดือน

 

  • เป็นบริการเช่าเพลงของ Apple โดยตัวคุณภาพของตัวเพลงนั้นถือได้ว่าเป็นคุณภาพเดียวกันกันเพลงที่เราซื้อใน iTunes Store เลยทีเดียว รวมถึงจำนวนเพลงที่มีให้เลือกอย่างมากมายทั้งเพลงไทยและเพลงต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการใช้ไฟล์เพลงเดียวกันกับคลังเพลงของ iTunes Store
  • ตัวแอพพลิเคชั่นสามารถฟังเพลงในรูปแบบ Steaming และ สามารถ Download เพลงที่เราต้องการมาไว้ในอุปกรณ์ของเราได้

 

  • ข้อดี     :

เพลงในคลังเพลงของ Apple Music ถือได้ว่ามีเยอะมากโดยมีทั้งเพลงไทยและสากลซึ่งถือได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการการฟังเพลงได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเพลงสากลที่มีให้เลือกฟังทั้งเพลงในการะแสและเฉพาะกลุ่ม รวมไปถึงคุณภาพของไฟล์เพลงที่ดีเลยทีเดียว

  • ข้อเสีย :

ตัวแอพพลิเคชั่นมีแต่แบบที่จะต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนไม่ได้มีแบบใช้งานฟรี ในส่วนของจำนวนเพลงของแอพพลิเคชั่นนั้นอาจจะไม่มีเพลงที่อินดี้และเฉพาะกลุ่มมากๆ ดังนั้น Apple Music อาจจะไม่ตอบโจทย์ชาวคอเพลงอินดี้หรือเพลงเฉพาะกลุ่มมากๆ

 

  • เพิ่มเติม :

เนื่องจากแอพพลิเคชั่นนี้ใช้ไฟล์เพลงเดียวกันกับ iTunes Store ทำให้อาจจะต้องพิจารณาลักษณะการใช้งานของเราว่าเหมาะกับการจ่ายเป็นรายเดือนหรือการซื้อเป็นรายเพลงตามที่เราต้องการใน iTunes Store หรือ ในระยะยาวการซื้อเพลงจาก iTunes Store อาจจะคุ้มค่ากว่าการจ่ายบริการเป็นรายเดือน เนื่องจากถ้าเราเป็นคนที่ไม่ได้ตามเพลงในกระแสตลอดเวลา หรือ เป็นคนที่ติดตามผลงานศิลปินบางคนเท่านั้น ก็อาจจะไม่ได้มีผลงานเพลงใหม่ๆที่เราต้องการจะเสพตลอดทุกเดือนหรือมากพอกับค่าบริการรายเดือน

 

2. Joox

  • ค่าบริการ:
  • สามารถใช้งานแบบฟรีได้
  • VIP (จ่ายประจำ)
    • VIP 39 บาท เดือนแรก 129 บาท / เดือน ในเดือนถัดไป
    • VIP 99 บาท 3 เดือนแรก และ 279 บาท ใน 3 เดือนถัดไป
    • VIP 599 บาท 1 ปีแรก และ 879 บาท ใน 1 ปีถัดไป
  • VIP (จ่ายเป็นรายครั้ง)
    • VIP 19 บาท 1 วัน
    • VIP 55 บาท 1 สัปดาห์
    • VIP 99 บาท 1 เดือน
    • VIP 279 บาท  3 เดือน
    • VIP 509 บาท  6 เดือน
    • VIP 990 บาท  12 เดือน

 

  • Joox ถือได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่น Music Steaming ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ด้วยจำนวนเพลงที่มีอยู่ในคลังเพลงที่มีจำนวนมากและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ชาวไทยได้เป็นอย่างดีทั้งเพลงในกระแสและเพลงเฉพาะกลุ่ม รวมไปถึง Podcast ต่างๆที่น่าสนใจ และ ฟังชั่นร้องคาราโอเกะ อีกด้วย
  • แอพพลิเคชั่นสามารถใช้งานในรูปแบบฟรีได้ แต่ก็จะถูกจำกัดเนื้อหาบางส่วนและฟังชั่นบางอย่าง เช่น เพลงบางเพลงที่จะต้องเป็น VIP เท่านั้น , ไม่สามารถ Download เพลงมาไว้ในเครื่องเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ , ไม่สามารถฟังเพลงในคุณภาพเสียงสูงได้ , รวมไปถึงจะมีโฆษณาคั่นระหว่างฟังเพลง ซึ่งถ้าจะใช้ฟังชั่นเหล่านี้จะต้องสมัครเป็น VIP ก่อน

 

  • ตัวแอพพลิเคชั่นถือว่าใช้งานได้ง่าย หน้าการใช้งานแอปพลิเคชั่นเขาใจง่าย สามารถหาเพลง ศิลปิน หรือ อัลบั้ม ที่เราต้องการได้ง่ายและครอบคลุมตามความต้องการของเรา

 

  • ข้อดี     :

เพลงโดยรวมจะเน้นไปในเพลงไทยทั้งเพลงในกระแสและอินดี้เฉพาะกลุ่ม ในส่วนของเพลงสากลอาจจะเป็นเพลงใน                            กระแสและเพลงเฉพาะกลุ่มบางส่วนแต่ก็ถือว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี แอพพลิเคชั่น                            สามารถใช้งานแบบฟรีได้ และ มีค่าบริการแบบ VIP ให้เลือกหลายรูปแบบตามความต้องการ

  • ข้อเสีย :

สำหรับคอเพลงสากลแล้วตัวแอปพลิเคชั่นอาจจะยังไม่ครอบคลุมเพลงสากลทั้งหมดและเพลงสากลบางส่วนนั้นจะต้องเป็น VIP เท่านั้นถึงจะฟังได้

 

3. Spotify

spotify

  • ค่าบริการ :
    • สามารถใช้งานแบบฟรีได้
    • Premium
      • Individual ราคา 129 บาท / เดือน สามารถใช้งานได้ 1 บัญชี ( ใช้งานฟรีเดือนแรก )
        • ฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น
        • สามารถฟังเพลงได้ในขณะออฟไลน์
        • เล่นแบบออนดีมานด์
      • Duo ราคา 169 บาท / เดือน สามารถใช้งานได้ 2 บัญชี ( ใช้งานฟรีเดือนแรก )
        • Duo Mix : เพลย์ลิสต์สำหรับ 2 คน อัปเดตเพลงที่คุณทั้งคู่ชอบฟังเป็นประจำ
        • ฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น ในแบบออฟไลน์ และ ออนดีมานด์
      • Family ราคา 199 บาท / เดือน สามารถใช้งานได้ 6 บัญชี ( ใช้งานฟรีเดือนแรก )
        • Family Mix : เพลย์ลิสต์สำหรับครอบครัว อัปเดตเพลงที่ทุกคนชอบฟังเป็นประจำ
        • บล็อกเพลงเนื้อหารุนแรง
        • ฟังเพลงแบบไม่มีโฆษณาคั่น ในแบบออฟไลน์ และ ออนดีมานด์

 

  • Spotify เป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่น Music Steaming ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยคลังเพลงที่มีเพลงให้เลือกฟังอย่างมากมายและหลากหลายทั้งไทยและสากล ทั้งเพลงในกระแสและเพลงอินดี้หรือเพลงเฉพาะกลุ่มรวมไปถึง Podcast ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งถือได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี
  • แอพพลิเคชั่นสามารถใช้งานในรูปแบบฟรีได้ แต่จะถูกจำกัดเนื้อหาและการใช้งานบางส่วน เช่น เพลงบางเพลงที่จะต้องเป็น Premium เท่านั้น , ไม่สามารถ Download เพลงมาไว้ในเครื่องเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ , ไม่สามารถฟังเพลงในคุณภาพเสียงสูงได้ , รวมไปถึงจะมีโฆษณาคั่นระหว่างฟังเพลง
    ซึ่งจะต้องสมัคร Premium ก่อนถึงจะใช้งานตัวแอปพลิเคชั่นได้เต็มรูปแบบ

 

  • การใช้งานในส่วนของการหาเพลง ศิลปิน อัลบั้ม นั้นถือได้ว่าใช้งานได้ดี สะดวก และ เข้าใจง่าย แต่ก็ยังมีการใช้งานบางอย่างที่ยังไม่สมบูรณ์ เช่น ณ วันที่ทำรีวิวนี้ตัวแอพพลิเคชั่นยังไม่สามารถอัพเกรดเป็น Premium ได้ จะต้องเข้าไปสมัครผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ซึ่งก็ถือว่าไม่ค่อยสะดวกเท่าไร แต่ในอนาคตเชื่อว่าทาง Spotify น่าจะมีการปรับปรุงให้สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่ก็อาจจะต้องรอไปก่อน

 

  • ข้อดี     :

เพลงภายในแอพพลิเคชั่นรวมถึง Podcast ถือได้ว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟังที่มีความหลากหลายได้เป็นอย่างดีรวมถึงสามารถใช้งานในรูปแบบฟรีได้ จึงทำให้แอพพลิเคชั่นนี้เป็นที่ถูกใจของใครหลายๆคน

  • ข้อเสีย :

ถ้าจะต้องการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบก็จะต้องอัพเกรดเป็น Premium และในส่วนของการสมัคร Premium ยังถือว่ามีความไม่สะดวกอยู่เนื่องจากไม่สามารถสมัครผ่านทางมือถือได้

 

4.YouTube Music

youtube-music

  • ค่าบริการ :
  • สามารถใช้งานแบบฟรีได้
  • Premium สำหรับ IOS
    • สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อไป 169 บาท / เดือน สามารถใช้ได้ 1 บัญชี
    • แบบครอบครัว สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อไป 259 บาท / เดือน สามารถใช้ได้ 5 บัญชี
    • ถ้าสมัคร YouTube Premium ก็จะได้ YouTube Music Premium ด้วย สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อ ไป 209 บาท / เดือน
  • Premium สำหรับ Android
    • สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อไป 129 บาท / เดือน สามารถใช้ได้ 1 บัญชี
    • แบบครอบครัว สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อไป 199 บาท / เดือน สามารถใช้ได้ 5 บัญชี
    • ถ้าสมัคร YouTube Premium ก็จะได้ YouTube Music Premium ด้วย สามารถทดลองใช้งานฟรีในเดือนแรก เดือนต่อ ไป 159 บาท / เดือน

 

  • เมื่อพูดถึง YouTube แล้วเชื่อว่าทุกคนจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี และเชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยดูคลิปวีดีโอต่างๆและฟังเพลงจากเว็บไซต์นี้กันอย่างแน่นอน ซึ่ง YouTube Music นั้นเป็นแอพพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การฟังเพลงโดยเฉพาะ
  • ในส่วนของการใช้บริการแบบฟรีนั้นจะไม่สามารถที่จะเล่นเพลงเมื่อล็อกหน้าจอหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ไม่สามารถ Download ตัวเพลงมาไว้ในเครื่องเพื่อฟังแบบไม่ใช้อินเตอร์เน็ตได้ และ จะมีโฆษณาคั่นระหว่างการฟังเพลง ซึ่งการที่จะใช้ฟังชั่นเหล่านี้ได้จะต้องสมัคร YouTube Music Premium ก่อน

 

  • ตัวแอพพลิเคชั่นนั้นถือได้ว่ามีเพลงที่มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้ฟังได้เป็นอย่างดีมาก นอกจากจะมีทั้งในกระแสและเพลงเฉพาะกลุ่มแล้วยังมี MV และรวมไปถึง เพลง Cover อีกด้วย ในส่วนของการใช้งานแอพพลิเคชั่นถือได้ว่าใช้งานง่ายในระดับหนึ่ง

 

  • ข้อดี     :

ถือได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาที่ครอบคลุมมากแทบทุกศิลปินและแนวเพลงทั้งเพลงไทยและสากล ร่วมไปถึงมีทั้ง MV และรวมไปถึง เพลง Cover

  • ข้อเสีย :

สำหรับสายฟรีแล้วการใช้งาน YouTube Music ถือได้ว่ามีความยากลำบากกว่าแอพพลิเคชั่นอื่นๆเนื่องจากไม่สามารถเล่นเพลงเมื่อล็อกหน้าจอหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆได้ ดังนั้นสายฟรีที่เน้นฟังเพลงอย่างเดียว YouTube Music อาจจะยังไม่ใช้คำตอบของคุณ

 

5. SoundCloud

  • ค่าบริการ :

-สามารถใช้งานแบบฟรีได้

 

  • SoundCloud อีกหนึ่งแอพพลิเคชั่น Music Steaming ที่น่าสนใจสำหรับคอเพลงอินดี้ที่ต้องการหาเพลงที่มีความแปลกใหม่ และ Podcast ที่น่าสนใจอีกมากมาย
  • ตัวแอพพลิเคชั่นสามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่ถูกจำกัดเนื้อหาและฟังชั่นการใช้งาน

 

  • ตัวตัวเพลงในแอพพลิเคชั่นจะเน้นไปในส่วนของเพลงเฉพาะกลุ่มและเพลง Cover และ เพลง Remix เป็นส่วนใหญ่ และ ระบบการคนหาของแอพพลิเคชั่นไม่ได้แบ่งเพลง Cover เพลง Remix และ เพลงต้นฉบับออกเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน อาจจะไม่ตอบโจทย์การฟังเพลงของกลุ่มผู้ฟังที่ต้องการฟังเพลงที่เป็นต้นฉบับ

 

  • ข้อดี     :

สามารถใช้งานได้ฟรี ตอบโจทย์กลุ่มผู้ฟังที่ต้องการฟังเพลงที่แปลกใหม่ รวมไปถึงคุณอาจจะได้ฟังเพลงชอบที่ไม่สามารถหาฟังได้จากแอพพลิเคชั่นอื่นๆได้

  • ข้อเสีย :

อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงในกระแส และ ตัวแอพพลิเคชั่นไม่ได้มีการจัดแบ่งเพลง Cover เพลง Remix และ                        เพลงต้นฉบับทำให้ค้นหาเพลงที่เราต้องการได้ลำบาก

 

ก็จบไปแล้วกับการรีวิว 5 แอพพลิเคชั่น Music Steaming ที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่าในยุคปัจจุบันนี้ช่องทางการที่เราจะเสพเพลงนั้นถือได้ว่ามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและเราก็สามารถที่จะเลือกใช้งานตามความชอบและความเหมาะของตัวเราได้ ดังนั้นก็ขอให้ทุกคนสามารถเลือกเสพดนตรีในรูปแบบที่ชอบและมีความสุขกันทุกคนครับ

บทความที่คุณน่าจะชอบ