Home » กีต้าร์ » กีต้าร์สำหรับมือใหม่ » 4 วิธีเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า บอกหมดเปลือก เลือกอย่างไรให้ไม่โดนหลอก!

4 วิธีเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า บอกหมดเปลือก เลือกอย่างไรให้ไม่โดนหลอก!

by Bro Chay
Published: Last Updated on: 4255 views

สำหรับใครหลายคนที่เริ่มเล่นกีต้าร์และกำลังมองหากีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกซักตัว เมื่อเริ่มหาซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าแล้ว อาจจะดูแค่เพียงหน้าตารูปร่างของกีต้าร์ไฟฟ้าว่า สวยมั้ย ชอบทรงกีต้าร์ไฟฟ้ารึเปล่า แต่ไม่รู้ วิธีเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า อย่างถูกต้องว่าควรจะต้องดูและพิจารณาอะไรบ้าง นอกจากรูปทรงหรือความชอบ

เพราะถ้าเราเลือกจากเพียงรูปทรงและความชอบนั้นอาจจะทำให้ได้กีต้าร์ไฟฟ้าไม่ตรงกับการใช้งาน เพราะสำหรับผู้เริ่มต้นแล้วบางครั้งก็อาจจะได้ฟังชั่นหรือระบบบางอย่างที่ยุ่งยากเกินไปสำหรับคนที่เริ่มเล่นทำให้ได้กีต้าร์ไฟฟ้ามาไม่ตรงกับความต้องการซักทีเดียว วันนี้ Big Bro จะมาแนะนำให้รู้จักกับกีต้าร์ไฟฟ้าและวิธีการเลือกซื้ออย่างไรให้เหมาะกับมือใหม่ไว้หัดเล่นกัน

เมื่อเรารู้วิธีเลือกซื้อแล้ว Step ต่อไปก็คือ ห้ามพลาด กีต้าร์ไฟฟ้า 10 รุ่นยอดฮิต ยี่ห้อไหนดี งบ 5พัน-1หมื่น มือใหม่ชอบ 2020 อย่างไรตามแนะนำให้อ่านบทความ วิธีเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า ก่อนเพื่อให้รู้ข้อมูลต่างๆ ไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อได้ดีและแม่นยำยิ่งขึ้น

 

วิธีเลือกกีต้าร์ไฟฟ้า มือใหม่ต้องดูอะไรบ้าง

เริ่มต้นกับทรงของกีต้าร์ไฟฟ้า มือใหม่หลายคน เริ่มต้นด้วยรูปทรงที่ตัวเองชอบโดยเฉพาะน้องๆวัยรุ่น อาจจะชอบทรงที่ไม่คุ้นตานัก เพราะรู้สึกว่ามันเท่และเวลาถือจะดูดี แต่มือใหม่หลายคนไม่รู้ว่ากีต้าร์ทรงแปลกๆเหล่านั้นถือและเล่นยากมากและทำให้เล่นได้ลำบากสำหรับมือใหม่ เพราะฉะนั้นทรงที่แปลกๆเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับมือใหม่ซักทีเดียว วันนี้จะมาแนะนำกันว่ากีต้าร์ไฟฟ้าที่เป็นทรงมาตราฐานและเหมาะกับมือใหม่มีทรงอะไรบ้างและทรงที่ยังไม่ควรจะซื้อเป็นกีต้าร์ตัวแรกสำหรับผู้เริ่มต้น

Topic สำคัญของการเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า เลือกอ่านได้

 

1. ทรงกีต้าร์ไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ จากยี่ห้อต่าง ๆ

ทรงกีต้าร์ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นควรจะเป็นทรงมาตราฐานที่ถูกออกแบบมาเหมาะกับสรีระของผู้เล่นกีต้าร์เพราะเวลาเล่นจะทำให้หยิบจับถนัดมือ ไม่ตกหรือหล่นเวลานั่งเล่น ยกตัวอย่างเช่นทรง Stratocaster หรือ Telecaster ของยี่ห้อ Fender เป็นต้น หรืออาจจะเป็น Les Paul หรือ SG ของ Gibson ซึ่งกีต้าร์เหล่านี้ถือเป็นทรงที่เป็นมาตราฐานที่เวลาเล่นถือว่าเล่นได้ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น อาจจะมีทรงกีต้าร์ของยี่ห้ออื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Ibanez Music Man หรือ PRS ที่ถูกออกแบบมาในรูปร่างที่ใกล้เคียงกันซึ่งเหมาะกับผู้เริ่มต้น โดยสามารถอิงจากทรงของทาง Fender หรือ Gibson ได้

ตัวอย่าง : ทรงกีต้าร์ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับมือใหม่จากยี่ห้อต่าง ๆ

 

ทรง Stratocaster และ Telecaster

กีต้าร์ไฟฟ้า ทรง Fender Stratocaster และ Telecaster

ทรง SG และ Les Paul

กีต้าร์ไฟฟ้า ทรง Gibson SG และ Les Paul

ทรง PRS

กีต้าร์ไฟฟ้า ทรง PRS

ทรง Music Man และ Ibanez

กีต้าร์ไฟฟ้า ทรง Music Man และ Ibanez

ทรงกีต้าร์ไฟฟ้าที่ควรหลีกเลียงสำหรับมือใหม่ จะเป็นทรงที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงาม ดูดี แต่สำหรับมือใหม่แล้วการถือกีต้าร์ทรงเหล่านี้ทำให้เล่นได้ยาก ต้องมีการปรับตัวหรือวิธีการจับเพื่อให้เหมาะกับกีต้าร์อาจจะทำให้ผู้เริ่มต้นมีความยากลำบากในการเล่นกีต้าร์ทรงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทรง Explorer Flying V Firebird ของทาง Gibson หรือ Jaguar Jazzmaster Mustang จากทาง Fender ทรงกีต้าร์เหล่านี้สำหรับมือใหม่ควรจะได้ทดลองเล่นก่อนว่าเล่นได้ถนัด เพราะทรงเหล่านี้เล่นค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่

ข้อแนะนำ : ทรงกีต้าร์ที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น Fender Jazzmaster/Mustang/Jaguar

ตัวอย่าง : ทรงกีต้าร์ไฟฟ้าที่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยง

ทรง Jazzmaster Mustang Jaguar

กีต้าร์ไฟฟ้าทรง Fender Jazzmaster , Mustang , Jaguar

ทรง Flying V Explorer Fly Bird

กีต้าร์ไฟฟ้า ทรง Gibson Flying V , Explorer , Fly Bird

ทรงกีต้าร์เหล่านี้ทั้งที่เหมาะกับมือใหม่และทรงที่ควรหลีกเลี่ยงของมือใหม่นั้นอาจจะมีให้พบเห็นในหลายๆยี่ห้อไม่จำเป็นต้องเป็นของยี่ห้อนั้น ๆ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มออกแบบทรงเหล่านั้นก็ได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อกีต้าร์จากรูปทรงที่ชอบเราควรทดลองเล่นมันก่อนว่าถนัดมั้ย เพราะสำหรับมือใหม่การกีต้าร์สวยอาจจะทำให้เล่นได้ไม่ถนัดนัก ทำให้มีความลำบากในการฝึกซ้อม

 

2. สะพานสาย หรือ Bridge

ที่จะมาแนะนำว่าต้องดูก่อนซื้อและเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ อีกอย่างนึงสำหรับมือใหม่เพราะถ้าซื้อมาผิดแล้วจะทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้นมากเลยทีเดียว นั้นก็คือส่วนของสะพานสาย หรือ Bridge เป็นส่วนที่อยู่ท้ายของบนตัวกีต้าร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับในการพาดสายเพื่อขึงสายลงบนตัวกีต้าร์ ในส่วนนี้จะมีผลอย่างมากถ้าเราซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าที่มี Bridge ที่มีฟังชั่นเกินความจำเป็นสำหรับมือใหม่ โดย Bridge นั้นจะมี 3 ชนิดหลักๆ นั้นก็คือ

  • Fixed Bridge
  • Tremolo Bridge
  • Floyd Rose Bridge

สะพานสายทั้ง 3 ชนิดถูกออกแบบไว้ให้ขึงสายก็จริงแต่ทั้ง 3 แบบ มีฟังชั่นที่ต่างกัน นั้นก็คือ สปริง ที่อยู่ด้านหลังกีต้าร์ซึ่งจะมีในรุ่นของ Tremolo Bridge และ Floyd Rose Bridge ตัวสปริงนี้มีผลกับสายกีต้าร์โดยตรงเพราะจะเป็นตัวทำให้สายกีต้าร์ตึงหรือหย่อนด้วย จริงๆแล้วสะพานสายทั้งสองแบบนี้นั้น จะทำให้ผู้เล่นสามารถใช้คันโยกซึ่งถือเป็นเทคนิคการเล่นแบบนึงของกีต้าร์ไฟฟ้าแต่สำหรับมือใหม่แล้วยังไม่มีความจำเป็นซักเท่าไหร่เพราะเทคนิคการใช้คันโยกนั้นหาได้ค่อนข้างยากสำหรับเพลงทั่วๆไป ที่นำมาเล่นกัน

ดังนั้นการใช้สะพานสายที่มีสปริงอาจจะไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่เพราะสปริงเหล่านี้อาจจะทำให้สายที่ตั้งมานั้นเพี้ยนได้ในกรณีหากสายขาด นอกจากนั้นหากผู้เล่นนั้นยังไม่สามารถตั้งสายหรือตั้งสปริงที่อยู่ด้านหลังกีต้าร์เองได้ สะพานสายแบบ Tremolo Bridge และ Floyd Rose จึงควรหลีกเลี่ยงไปก่อนเพราะมีความยุ่งยากและทำให้ผู้เล่นใหม่อาจจะประสบปัญหาอื่นๆ อีก เช่น การเปลี่ยนสายกีต้าร์ที่ยุ่งยากและวุ่นวายกว่า

ข้อแนะนำ : ดังนั้นสำหรับมือใหม่แล้วสะพานสายที่เป็นคำตอบควรจะเป็น Fixed Bridge เพราะมีความง่ายในการใช้งาน เปลี่ยนสายได้ง่ายกว่า ดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่ายกว่าอีกด้วย นอกจากนั้นหากต้องการตั้งสายในแบบต่างๆ อย่างเช่น การดรอปสายในแบบต่าง ๆ ก็ยังทำได้ง่ายกว่าอีกด้วย

ตัวอย่าง : Bridge แบบต่างๆ ไล่จาก Floyd Rose/Fixed Bridge/Tremolo Bridge

ตัวอย่าง Bridge ในแบบต่างๆ

Floyd Rose / Fixed Bridge / Tremolo Bridge

 

3. Pick up หรือ ส่วนรับเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้า

ที่มือใหม่ควรจะต้องดูก่อนซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า ก็ คือ Pick up หรือส่วนรับเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้านั้นเอง ซึ่งจะอยู่บนตัวกีต้าร์ไฟฟ้า รวมถึงระบบไฟฟ้าด้วยซึ่งจะมีผลกับเสียงของกีต้าร์ไฟฟ้า โดย Pick Up จะมีสองชนิดหลักๆ เรียกว่า Single Coil และ Humbuckers ซึ่งทั้งสองแบบจะให้เสียงต่างกัน โดยในแบบ Single Coil นั้นจะให้เสียงที่บางกว่า และแน่นอนว่า Humbuckers ให้เสียงที่หนากว่า จากชนิดของ Pick Up ทั้งสองแบบสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่สามารถเลือกได้ตามความชอบเลย ว่าชอบเสียงในรูปแบบไหน แต่สิ่งที่ควรจะระวังมากๆ ก็คือ Pick Up ที่ต้องใช้ถ่าน หรือเรียกอีกอย่างว่า Active Pick Up เพราะ Pick Up ชนิดนี้นั้นจะสามารถเร่งความดัง หรือ ย่านเสียงขึ้นมาได้ซึ่งสำหรับมือใหม่แล้วยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Pick Up ชนิดนี้

ข้อแนะนำ : ถ้าเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกชนิดของ Pick Up ควรจะเป็นแบบ Passive Pick Up ก่อน หรือแบบที่ไม่ต้องใช่ถ่านนั้นเอง

เพราะใช้งานง่ายกว่า ไม่ต้องคอยเปลี่ยนถ่านและให้เสียงที่ดีมากพอสำหรับการเล่นเพลงทั่ว ๆไป โดยปกติแล้ว Pick Up แบบ Active มักจะมาในรูปแบบของHumbuckers เพราะฉะนั้นควรจะต้องเช็คว่า Pick Up แบบ Humbucker นั้นเป็นแบบ Active หรือไม่ อาจจะสามารถถามจากร้านค้าง่ายๆได้ว่าต้องกีต้าร์รุ่นที่อยากได้ต้องใส่ถ่านมั้ย ซึ่งก็อยากจะแนะนำมือใหม่ว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้กีต้าร์ที่ใส่ถ่านสำหรับหัดเล่น

ตัวอย่าง : Pick Up ทั้งสองแบบ Humbuckers (Double Coils) และ Single Coil

Pick Up กีต้าร์ไฟฟ้า 2 แบบ

Pick Up แบบ Humbuckers และ Single Coil

 

4. ส่วนหัวของกีต้าร์ไฟฟ้า

ที่ต้องดูที่ส่วนหัวของกีต้าร์นั้นก็คือ ลูกบิดที่ใช้สำหรับตั้งสายหรือใส่สายกีต้าร์นั้นเอง โดยในส่วนของลูกบิดนั้น จะมี 2 ชนิดหลักๆ นั้นก็คือ

  • ลูกบิดแบบปกติ
  • ลูกบิดแบบล็อคสาย

ซึ่งสำหรับมือใหม่สามารถเลือกใช้แบบไหนก็ได้เพราะอาจจะไม่มีผลอะไรมากนักกับการฝึกเล่น แต่จะมีผลกับการตั้งสายและเสียงที่อาจจะมีโอกาสเพี้ยนนั้นเอง ลูกบิดที่แนะนำก็คือลูกบิดแบบล็อคสายเพราะการใส่สายบนลูกบิดแบบล็อคสายนั้น มีโอกาสที่เสียงจะเพี้ยนได้น้อยกว่าลูกบิดแบบปกติซึ่งสายจะมีโอกาสเพี้ยนสูงกว่า ดังนั้นถ้าสามารถเลือกได้ว่าลูกบิดจะเป็นแบบไหนควรเลือกแบบล็อคสายนั้นเอง

ตัวอย่าง : ลูกบิดสายทั้งสองแบบ โดยลูกบิดล็อคสายจะมีหมุดไว้ให้หมุนอยู่ตรงกลางใช้เพื่อล็อคสาย

ลักษณะของลูกบิดกีต้าร์ไฟฟ้า

ลักษณะของลูกบิดกีต้าร์ไฟฟ้า ทั้ง 2 แบบ

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหา วิธีการเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า ก็หวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยผู้เริ่มต้นเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า ที่กำลังมองหากีต้าร์คู่ใจตัวแรกอยู่ โดยสิ่งที่ Big Bro Music อยากให้คำนึงถึงมาก ๆ ในการเลือกซื้อนั้นก็คือ ส่วนของทรงกีต้าร์และสะพานสาย เพราะทั้งสองส่วนนี้จะส่งผลต่อผู้เล่นค่อนข้างมากดังนั้นควรจะพิจารณาให้ดีหากจะเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้าสำหรับผู้เริ่มต้นหัดเล่น

บทความที่คุณน่าจะชอบ